การขับเคลื่อนประเทศไทยภายใต้ รัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557

Moderator: สมาชิกหนุ่ม11, Webmaster

Re: การขับเคลื่อนประเทศไทยภายใต้ รัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557

โพสต์โดย 3111 » พุธ 24ธ.ค.2014 16:08


รายงานข่าวจากผู้จัดการออนไลน์ : รอยเตอร์ - สหรัฐฯ ออกมาตำหนิรัฐบาลไทยว่า ?ไม่ฉลาด และไร้เหตุผลอันสมควร? หลังได้ทราบข้อมูลที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ชี้แจงต่ออุปทูตสหรัฐฯ วานนี้ (23 ธ.ค.) ว่า ไทยพร้อมจัดการเลือกตั้งทั่วไปได้อย่างเร็วที่สุดในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2016

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งเข้าบริหารประเทศหลังการรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม เคยแถลงก่อนหน้านี้ว่าจำเป็นต้องเลื่อนกำหนดการเลือกตั้งจากช่วงปลายปี 2015 ออกไปจนถึงปี 2016 เพื่อให้รัฐบาลมีเวลาพอที่จะดำเนินการปฏิรูปด้านต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพ และนำเสถียรภาพกลับคืนสู่บ้านเมืองที่แตกแยกเป็นฝักฝ่ายมานานนับสิบปี

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงต่อสื่อมวลชนหลังพบกับอุปทูตสหรัฐฯ ดับเบิลยู. แพทริก เมอร์ฟีย์ วานนี้ (23) เพื่อชี้แจงเรื่องโรดแมปเลือกตั้ง โดยกล่าวว่า ?ผมแจ้งให้อุปทูตสหรัฐฯ ทราบวันนี้ว่า เราจะจัดการเลือกตั้งได้อย่างเร็วที่สุดในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2016 แต่หากต้องมีการทำประชามติ (ว่าด้วยรัฐธรรมนูญใหม่) ก็อาจจะต้องเลื่อนออกไปอีก 3 เดือน?

สหรัฐฯ ซึ่งมีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับไทยมายาวนานได้แสดงความผิดหวังต่อการรัฐประหารที่เกิดขึ้น และสั่งระงับความช่วยเหลือด้านความมั่นคงมูลค่า 4.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ รวมถึงยกเลิกกำหนดการเยือนของเจ้าหน้าที่ระดับสูง ตลอดจนปฏิบัติการฝึกซ้อมทั้งทางทหารและตำรวจ

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ แถลงว่า วอชิงตันยังเชื่อว่าคนไทยควรได้รับโอกาสใช้สิทธิ์เลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย ?โดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้?

?เรามองว่าการเลื่อนเลือกตั้งไปจนถึงปี 2016 เป็นแนวคิดที่ไม่ฉลาด และไร้เหตุผลอันสมควร? โฆษกผู้นี้กล่าวเสริม

สัปดาห์ที่แล้ว สภาปฏิรูปแห่งชาติได้เสนอให้มีการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีโดยตรง แทนที่จะมาจากการเลือกตั้งของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเมื่อวานนี้ (23) คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญก็ได้ออกมาปฏิเสธแนวคิดดังกล่าวแล้ว

นักการทูตอาวุโสชาวตะวันตกคนหนึ่งเผยกับรอยเตอร์ว่า ตนไม่คาดหวังกับการเลือกตั้งในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2016 มากนัก เพราะเกรงว่า พล.อ.ประยุทธ์จะหาเหตุผลอื่นๆ มาอ้างเพื่อขอเลื่อนออกไปอีก

?ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ หาก พล.อ.ประยุทธ์ จะยื้ออำนาจอยู่ 2-3 ปี? นักการทูตซึ่งไม่ขอเปิดเผยชื่อกล่าว


***** ดีแล้วที่สหรัฐอเมริกาคิดได้แบบนี้ เมื่อคิดได้ทำใจได้ ก็อย่ามาแทรกแซงประเทศไทยเลย จัดการภายในประเทศของตนน่าจะดีที่สุด > 3111 *****

ภาพประจำตัวสมาชิก
3111
แอดมิน
แอดมิน
 
โพสต์: 4056
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 01ม.ค.1970 07:00
ที่อยู่: SOUTH BORDER

Re: การขับเคลื่อนประเทศไทยภายใต้ รัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557

โพสต์โดย 3111 » พฤหัสฯ. 25ธ.ค.2014 07:11


เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2557 คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เคาะออกมาเรียบร้อยแล้ว สภาผู้แทนราษฎรจะมีส.ส.ไม่เกิน 450 คน เป็น ส.ส.แบบแบ่งเขต 250 คน และแบบระบบสัดส่วน 200 คน แม้จะยังคงใช้ระบบเดิมแต่มีการเปลี่ยนแปลงในรายละเอียด ว่ากันว่าป้องกันทุนการเมืองเข้ามาเขมือบอำนาจเหมือนที่พรรคการเมืองบางพรรคทำมาแล้ว

มีการยกตัวอย่าง เช่น หากพรรค ก.ได้คะแนนแบบบัญชีสัดส่วนคิดเป็นร้อยละ 10 หรือได้จำนวน ส.ส. 45 คน และพรรค ก.ยังชนะการเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตอีก 45 เขต ผลก็คือ พรรค ก.จะมี ส.ส.ในสภาฯ ทั้งสิ้นเพียง 45 คน ที่มาจากระบบเขตเท่านั้น

ขณะที่พรรค ข.ได้คะแนนแบบบัญชีรายชื่อคิดเป็นร้อยละ 10 ของทั้งหมด หรือคิดเป็นจำนวน ส.ส.ที่ควรจะมี 45 คน แต่พรรค ข.ชนะการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเพียง 30 เขต ผลก็คือ พรรค ข.จะมี ส.ส. 45 คน ที่มาจากแบบแบ่งเขต 30 คน แต่จะได้ ส.ส.จากระบบบัญชีรายชื่อเข้ามาอีก 15 คน รวมเป็น 45 คนเช่นกัน

ของใหม่ก็งงกันเป็นธรรมดาครับ แต่โดยสรุปแล้ว พรรคเพื่อไทยไม่มีโอกาสจัดผู้สมัครระบบสัดส่วนบัญชีสองบัญชีสามอีกแล้ว เพราะเก้าอี้มันตัน

เอาง่ายๆ กลับไปดูการเลือกตั้งหลายครั้งที่ผ่านมา คะแนนในระบบสัดส่วนของพรรคอันดับหนึ่งกับพรรคอันดับสองห่างกันไม่กี่คะแนน แต่ในภาพรวมพรรคอันดับหนึ่งมี ส.ส.มากกว่าเป็นเท่าตัว

การเลือกตั้งระบบนี้ "นครินทร์ เมฆไตรรัตน์" คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเป็นผู้เสนอ ขณะที่มีใช้อยู่ใน 9 ประเทศ คือ เยอรมนี, แอลเบเนีย, เลโซโท, โบลิเวีย, เม็กซิโก, นิวซีแลนด์, เวเนซุเอลา, อิตาลี และฮังการี

ที่สำคัญ ส.ส.ไม่จำเป็นต้องสังกัดพรรค จะบอกว่าดีก็ไม่ใช่ ร้ายก็ไม่เชิง แค่มีภาพในอดีต ส.ส.ไม่สังกัดพรรคขายตัว เอาเป็นว่าดูระบบตรวจสอบการเลือกตั้งอีกทีคงน่าจะเห็นภาพได้กว้างขึ้น.

ภาพประจำตัวสมาชิก
3111
แอดมิน
แอดมิน
 
โพสต์: 4056
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 01ม.ค.1970 07:00
ที่อยู่: SOUTH BORDER

Re: การขับเคลื่อนประเทศไทยภายใต้ รัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557

โพสต์โดย 3111 » อังคาร 30ธ.ค.2014 11:33


ผมขออนุญาตลงบทความของคุณจิตกร บุษบา คอลัมนิสต์ของแนวหน้าออนไลน์ อ่านแล้วรู้สึกดี ตรงใจผมเลย ไม่ว่ามนุษย์จะสร้างกรอบกำหนดสมมติการณ์ทางสังคมขึ้นมาสักเพียงใดก็ตาม มนุษย์ก็จะแปรเปลี่ยนปรับตัวต่อไป ทั้งดีและไม่ดี และในสมมติการณ์การเมืองไทย เหตุการณ์ก็จะหมุนวนสลับปรับเปลี่ยนไปเป็นวัฏฏไม่มีสิ้นสุด ตราบใดที่มนุษย์ยังไม่พัฒนาจิตวิญญาณให้เกิดสุนทรียภาวะ ตระหนักรู้ในความเป็นมนุษย์ของตน "ที่จริง เชิงประจักษ์" ตราบนั้นปัญหาก็จะเกิดขึ้นอยู่ตลอดไป และอาจจะมีพัฒนาการเชิงลบจนบ้านแตกสาแหรกขาดอีกครั้งหนึ่งก็ได้ ใครจะไปรู้ได้ครับ

ถอดรหัสการสร้างชาติยุค?ธนบุรีศรีมหาสมุทร? โดย จิตกร บุษบา
แนวหน้าออนไลน์ : เส้นใต้บรรทัด 30 ธ.ค.57


รูปภาพ

เบื่อพวกผีหลอกที่กำลังแก้กฎหมาย แบบเอาผีตามมาหลอนตัวเองจนขาดสติไม่ได้

ถามว่า ผมเข็ดขยาดไหม ที่เรามีนายกรัฐมนตรี ซึ่งระดับสติปัญญา สำนึก และความรับผิดชอบเท่า นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โดยมีบริวารที่เอาแต่ ?เลีย? มากกว่าหนุนเสริมในความโง่งมต่ำตมให้สูงขึ้น เข็ดครับ!!

แต่เราจะไม่เอายิ่งลักษณ์ ซึ่งมีเงาทะมึนของทักษิณ สมชาย เยาวภา ซ่อนอยู่ข้างหลังมาหลอกหลอนตัวเองจนสูญเสียสัมปชัญญะ ถึงขนาดจะเปิดโอกาสให้นายกรัฐมนตรีไม่ต้องมาจาก สส. ก็ได้

อย่างน้อยคุณยิ่งลักษณ์เธอก็ประกาศตั้งแต่ต้น ว่าเธอจะลงสมัคร สส. และจะเป็นว่าที่นายกรัฐมนตรี จากนั้นเธอออกหาเสียง พูดรู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง ก็ยังอยู่ใน ?ที่แจ้ง? และเมื่อพรรคของเธอชนะการเลือกตั้ง ในสภาก็ยกมือสนับสนุนให้เธอเป็นนายกรัฐมนตรี ผมว่ากระบวนการง่ายๆ อย่างนี้มันโจ่งแจ้งและสง่างามแล้ว ฉะนั้น ให้นายกรัฐมนตรีมาตามวิถีทางเดิมเถอะครับ มิได้เสียหายอะไร

ส่วนความกลัวว่า เมื่อถึงภาวะตีบตัน หาทางออกไม่ได้ เหมือนกรณี รัฐมนตรีรักษาการหัวขาด คือ ไม่มีนายกฯ เพราะคุณยิ่งลักษณ์พ้นจากเก้าอี้ ไม่มีอำนาจหาคนมาขับเคลื่อนประเทศต่อ สว.จะช่วย ก็ติด ตัน ประชาชนจะดัน ก็ต้องสู้กันหนักซึ่งอาจถึงขั้นสูญเสียชีวิต หรืออาจต้องรบกวนเบื้องพระยุคลบาท ผมเห็นด้วยว่าควรจะกลัว แต่ต้องไม่แก้ด้วยการ ?หนีบ? ปัญหาปลายทาง แต่ไป ?อ้า? ซะกว้างแสนกว้างไว้ตั้งแต่ต้นทาง

เดินทางเดิม แต่เพิ่มข้อความว่า หากเกิดกรณี.... แล้วทีนี้ก็ใส่ทางออกไว้ ให้เป็นทางออกที่เป็นไปได้ ประเทศก็เดินต่อได้แล้ว โดยไม่เปิดช่องให้ใครก็ไม่รู้ ที่ไม่ได้เสนอตัวกับประชาชนมาก่อน กระโจนเข้าสู่เก้าอี้นายกรัฐมนตรีได้

ในภาวะเบื่อๆ พวก ?เหาะเกินลงกา? แบบนี้ เลยคิดหาวิธีเพิ่มความสุขและการเรียนรู้เป็นหมู่คณะ ให้คนที่อยากจะไหว้พระ ขอพร ชมจิตรกรรมฝาผนัง เรียนรู้ประวัติศาสตร์ เหมือนๆ กัน มาใช้เวลาอันมีค่าร่วมกันสัก 1 วัน ผมจึงดำริจะจัด ?ล่องคลองบางหลวง? ขึ้น ในวันอาทิตย์ที่ 4 มกราคม 2558 โดยมุ่งหมายจะ ?ถอดรหัสการกู้ชาติ? ในสมัยกรุงธนบุรีศรีมหาสมุทร ของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชให้ได้ฟังกัน

หลังกรุงแตก แผ่นดินวิปโยค เศรษฐกิจทรุด ชาติไม่เป็นชาติ บ้านไม่เป็นบ้าน เมืองไม่เป็นเมือง พระเจ้ากรุงธนบุรีมิได้ทรงห่วงคำว่า ?ปรองดอง? มากกว่าคำว่า ?ถูกต้อง? และ ?ไปต่อด้วยกันไหม?

ท่านเจรจากับทุกก๊กทุกเหล่าที่แตกออกไป สร้างเมืองเล็กเมืองน้อย และรวมตัวกันอยู่เป็นชุมชนเล็กๆ ว่า มาเป็นปึกเป็นแผ่นสู้กับศัตรูและอยู่กันให้ดีกว่านี้ด้วยกันไหม อยู่เป็นกลุ่มเล็กกลุ่มน้อยมันง่ายดายที่ข้าศึกจะตีแตก ยึดทรัพย์ ยึดคน กลายเป็นทาสเป็นเชลย สู้มาผนึกกำลังการสร้างบ้านแปงเมืองขึ้นใหม่ เอาความเจ็บปวด ความสูญเสียครั้งกรุงแตกเป็นพลัง นิมิตเมืองใหม่ ใครร่วมก็มารวมกันที่เมืองธนบุรี หรือปักหลักเป็นเมืองหน้าด่านรอบนอก ใครไม่ร่วมท่านก็ใช้ ?ความเด็ดขาด? เข้าจัดการ ท่านไม่ตีก๊กเหล่านั้น วันหนึ่งข้าศึกก็ต้องตี และเอาก๊กเหล่านั้นมาตีกรุงธนบุรีต่ออยู่ดี

เมื่อมาอยู่ด้วยกัน ท่านก็พยายามที่จะดูแลอย่างดี ให้มีพออยู่พอกิน ให้มีความมั่นคงปลอดภัย ให้มีพระศาสนาไว้จรรโลงใจ ให้มี ?ราชธานี? ไว้เป็นที่พึ่งและเป็นศูนย์รวม จึงพยายามบริหารเศรษฐกิจ จึงใช้ความเด็ดขาดของผู้นำและกฎหมาย จึงใช้ศิลปะในการจูงใจและครองใจ จึงทุ่มเทชนิดไม่มีเวลาหาความสุขส่วนตัว กอบคนที่กระจัดพลัดพรากให้มารวมกันใหม่ จนกลายเป็นกรุงธนบุรี

ยังมีเรื่องให้คุยให้ฟังอีกเยอะครับ แต่จะเล่ากำหนดการให้ฟังก่อนว่า เช้า เรามีกิจกรรมทำบุญตักบาตรพระเณร 100 รูป ณ วัดเครือวัลย์วรวิหาร ถนนอรุณอัมรินทร์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวง ซึ่งทำมาเป็นปีที่ 4 ในทุกวันอาทิตย์แรกของแต่ละเดือนอยู่แล้ว เชิญชวนนำอาหารแห้งมาใส่บาตรกันครับ 06.30 น. ถวายภัตตาหารเช้าพระเณร 100 รูป จากนั้นท่านให้ศีลให้พร เราก็จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย เปิดกรวยดอกไม้ถวายความเคารพหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ร้องเพลงสดุดีมหาราชาร่วมกัน 07.45 น. ใส่บาตรอาหารแห้ง รอบพระอุโบสถวัดเครือวัลย์

เสร็จแล้ว คนที่จะไปล่องคลองบางหลวง 08.30 น. รวมตัวกันในพระอุโบสถ ผมเริ่มเล่าประวัติวัด ชี้ชวนดูจิตรกรรมฝาผนังอายุ 170 กว่าปี ที่อยู่ในโบสถ์ ซึ่งสนุกและมีข้อคิดดีๆ เยอะมากครับ จากนั้นเดินเท้าไปลงเรือที่ท่าน้ำวัดโมลีโลกยารามที่อยู่ไม่ไกล แล้วไปกราบพระทองคำ หลวงพ่อแสน และศาลพระเจ้าตากสินที่วัดหงส์รัตนาราม เตรียมขวดไปใส่น้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์จากบ่อน้ำมนต์กันด้วยนะครับ แล้วไปไหว้พระกันต่อที่วัดเวฬุราชิน วัดที่สร้างจากภาษีไม้ไผ่ ก่อนจะไปยังวัดที่มี ?เจดีย์กู้ชาติ? คือวัดอินทาราม และเล่าเรื่องพระเจ้าตากสินกันต่อ กินข้าวเที่ยงที่ร้าน ?หมี่กรอบ ร.5? ร้านที่พระพุทธเจ้าหลวงเคยเสวย แล้วกลายเป็นตำนานความอร่อยเรื่อยมาถึงปัจจุบัน

บ่ายก็ล่องคลองบางหลวงไปดูกัน ว่าที่ตั้งของเมืองธนบุรีเดิมอยู่ตรงไหน ก่อนที่พระเจ้าตากสินท่านจะย้ายออกมาอยู่ตรงวัดอรุณราชวราราม นำท่านชมวัด ชมจิตรกรรมแถวๆ นั้นกันให้พอเป็นความรู้และจำเริญใจ โดยจะเน้นเรื่อง ?พระมหาชนก? ที่หลายคนกำลังสนใจ ไปด้วยกันไหมล่ะ ถ้าไปก็รีบโทร.จองกับคุณติ่งที่ 08-9678-1013 รับไม่เกิน 40 ท่าน เพื่อให้ง่ายต่อการบรรยาย ล้อมวงกินข้าว และปรนนิบัติดูแล

บ้านเมืองของเรามีอดีตไว้ให้เรียนรู้ การเรียนรู้ต้องเป็นการถอดรหัสโอกาสและวิกฤติมานั่งมอง ไม่ใช่เอา ?อารมณ์ที่ถูกหลอกหลอน? มาบำบัด

จึงอยากให้ท่านผู้กำลังจะปฏิรูปกฎหมาย (จริงๆ กฎหมายสร้างปัญหาน้อยกว่าคน แต่กลับไม่มีกระบวนการปฏิรูปคน) จดจ่ออยู่กับประเด็นเหล่านี้

1) วิธีที่จะป้องกันการโกง โดยวางวิธีการไว้ให้มันครอบคลุม ก.ป้องกันไม่ให้คนเลวเข้ามาได้ ข.ถ้ามันหลุดเข้ามามีระบบที่จะควบคุมไม่ให้มันทำชั่ว ค.ถ้ามันยังหลุดตาข่ายดัก ป้องกัน แล้วไปทำชั่ว ต้องมีระบบที่จะเอามันไปลงโทษแบบรวดเร็วและเฉียบขาด

2) มีระบบที่จะทำให้ ส.ส. และรัฐบาล หน้าบาง มีสปิริต รับผิดชอบ ถ้าผิดพลาดต้องลาออกเป็น ไม่ใช่หน้าหนา รอให้ประชาชนมาไล่ แล้วยังเอาอำนาจ เอากฎหมาย ไปเล่นงานประชาชน

3) เขียนรัฐธรรมนูญ ที่มีบทบัญญัติบังคับให้รัฐบาลเน้นพัฒนาคนให้มีจริยธรรม กำจัดความเหลื่อมล้ำ ยึดมั่นในการพึ่งพาตนเอง เน้นการค้นคว้าวิจัย พึ่งพาต่างชาติแต่น้อย

ถ้าท่านทั้งหลายตั้งเข็มทิศเอาไว้แบบนี้ มันจะชัดเจนในการระดมความคิดจากทุกหมู่เหล่า จะเอาหรือไม่เอา หรือจะนั่งขนหัวลุกเพราะ ?กลัวผี? ต่อไป

ภาพประจำตัวสมาชิก
3111
แอดมิน
แอดมิน
 
โพสต์: 4056
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 01ม.ค.1970 07:00
ที่อยู่: SOUTH BORDER

Re: การขับเคลื่อนประเทศไทยภายใต้ รัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557

โพสต์โดย 3111 » เสาร์ 03ม.ค.2015 07:57


การเมือง.. เรื่องเงินๆ โดย พัสณช เหาตะวานิช
แนวหน้าออนไลน์ 3 มกราคม 2558


สรุปโครงสร้างการเมือง ก่อนเข้าสู่กระบวนการร่างรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา

รูปภาพ


ผมรับใช้ทุกท่านด้วยการเล่าข่าว และสรุปข่าวเกี่ยวกับการเมืองไทยมาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญถาวรฉบับต่อไป โดยเน้นในหัวข้อโครงสร้างการเมืองไทย จึงจะขอรวบรวมไว้อีกครั้งตรงนี้

1.ฝ่ายนิติบัญญัติ

1.1 สส.

- สส. จำนวน 450 คน ขึ้นไป ถึง 480 คน (ที่ใช้คำว่าขึ้นไปเพราะอาจเกินกว่า 450 ได้ เพราะใช้โมเดลเลือกตั้งแบบเยอรมัน) แบบเขต 250 คน และบัญชีรายชื่อ 200 คน

-แบบแบ่งเขต ใช้แบบเขตเดียวเบอร์เดียว แน่นอนว่าเขตเลือกตั้งจะใหญ่ขึ้น เพราะจำนวนสส.เขตน้อยลงมาก จาก 375 คนในรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 เหลือเพียง 250 คน

- แบบบัญชีรายชื่อ 200 คน แบ่งโซนพื้นที่เลือกตั้ง สส.แบบสัดส่วนเป็น 8 กลุ่ม ตามภูมิภาค ส่วนจะแบ่งอย่างไรยังไม่มีรายละเอียด

- ไม่จำเป็นต้องสังกัดพรรคการเมือง

1.2 สว.

- มีจำนวน 200 คน มาจากการแต่งตั้งทั้งหมด ส่วนวาระยังไม่แน่นอน เห็นข้อเสนอหนึ่งจากคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ให้ลดลงเหลือแค่ 3 ปี (ยังไม่สรุป)

- การแต่งตั้งมากจาก 5 ทาง

1) จากอดีตผู้นำในอำนาจอธิปไตยทั้ง 3 ได้แก่ อดีตนายกรัฐมนตรี อดีตประธานรัฐสภา และอดีตประธานศาลฎีกา (แต่ต้องไม่สังกัดพรรคการเมือง)

2) จากอดีตข้าราชการระดับสูง เช่น อดีตปลัดกระทรวง อดีตผู้นำเหล่าทัพ เป็นต้น

3) จากประธานหรือผู้แทนองค์กรวิชาชีพที่มีกฎหมายรองรับ เช่น จากสภาหอการค้าฯ สภาอุตฯ แพทยสภาฯ สภาทนายความ เป็นต้น

4) จากภาคประชาชน เช่น สหกรณ์การเกษตร สหภาพแรงงาน เป็นต้น

5) จากการเลือกตั้งทางอ้อม ผ่านการสรรหาตัวแทนจากสภาวิชาชีพที่หลากหลาย จากนั้นให้นำบุคคลที่ได้รับการสรรหานั้นไปให้ประชาชนลงคะแนนรับรอง

2. ฝ่ายบริหาร

- นายกรัฐมนตรี มาจากสภาผู้แทนราษฎร (วุฒิสภาไม่เกี่ยว) และไม่ต้องเป็นสส.ก็ได้ (แต่ในสถานการณ์ปกติ นายกรัฐมนตรีจะมาจากสส.อยู่แล้ว เขาว่ามาแบบนั้นครับ)

- คณะรัฐมนตรี มาจากการสรรหาโดยนายกรัฐมนตรี แต่ต้องผ่านการตรวจสอบประวัติจากวุฒิสภา ก่อนนำความขึ้นกราบบังคมทูลฯ เพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง

3. ศาล

- ศาลยุติธรรม ยังคงเหมือนเดิม

- ศาลพิเศษ ได้แก่ ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครอง ศาลทหาร ยังคงเหมือนเดิม

- มีข้อเสนอศาลใหม่ เช่น ศาลเพื่อพิจารณาคดีเกี่ยวกับวินัยการเงินการคลัง และงบประมาณ ศาลสิ่งแวดล้อม ศาลผู้บริโภค ศาลคดีสื่อสารมวลชน ศาลคดีคอร์รัปชั่น-ยาเสพติด และศาลเลือกตั้ง เป็นต้น (ข้อสรุปยังไม่ออก สุดท้ายอาจมี หรือไม่มี หรือมีบางอันก็ได้)

4. องค์กรอิสระ

- คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ให้คงมี 9 คนเช่นเดิม ส่วนวาระยังไม่สรุป จะอยู่ระหว่าง 6-9 ปี การฟ้องคดีต่อศาลยังคงให้ส่งสำนวนความเห็นไปยังอัยการสูงสุด แต่หากเกินเวลาที่กำหนด ป.ป.ช.สามารถฟ้องร้องได้เองโดยตรง (ไม่ใช่ให้อัยการสูงสุดยื้อได้แบบคดีโกงจำนำข้าวในปัจจุบัน)

- คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) จำนวน 5 คนเช่นเดิม แต่ลดวาระดำรงตำแหน่งจาก 7 เหลือ 6 ปี

- มีข้อเสนอองค์กรอิสระใหม่ เช่น องค์กรอิสระเพื่อผู้บริโภค เป็นต้น (ดูเหมือนว่า คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ยังไม่กล่าวถึงประเด็นนี้)

ส่วนองค์กรอิสระและองค์กรตามรัฐธรรมนูญเดิม ได้แก่ ผู้ตรวจการแผ่นดิน คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน องค์กรอัยการ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เหล่านี้ยังไม่มีการพูดถึง(สุดท้ายคาดว่าอาจมีบางองค์กรหายไป) ทั้งนี้ยังไม่รวมถึงองค์กรอิสระที่เกิดภายหลังรัฐธรรมนูญ 2550 อย่างเช่น คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติหรือ กสทช.ที่มีข่าวว่าจะโดนปรับเช่นเดียวกัน

ทั้งหมดคือ สี่เสาหลักของการเดินหน้าปฏิรูปประเทศ แจ้งให้ทราบไว้เท่านี้ ส่วนรายละเอียดเรื่องอื่นๆ เช่น การคานอำนาจและการตรวจสอบระหว่างกัน รายละเอียดเกี่ยวกับการนับคะแนนเลือกตั้งแบบเยอรมัน ข้อดีและเสียของโครงสร้างทั้งหมดที่เขียนมา รวมไปจนถึงการปฏิรูปราชการส่วนท้องถิ่น และการปฏิรูปตำรวจ ฯลฯ จะได้ทยอยนำเสนอต่อไปครับ

จั๊ด-ธีมะ กาญจนไพริน แทน พัสณช เหาตะวานิช


ภาพประจำตัวสมาชิก
3111
แอดมิน
แอดมิน
 
โพสต์: 4056
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 01ม.ค.1970 07:00
ที่อยู่: SOUTH BORDER

Re: การขับเคลื่อนประเทศไทยภายใต้ รัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557

โพสต์โดย 3111 » จันทร์ 12ม.ค.2015 14:52


เปิดพิมพ์เขียว'รธน.ฉบับ กปปส.' 'ลูกหมี' ลั่นแกนนำคืนสู่การเมือง
แนวหน้าออนไลน์ วันจันทร์ ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2558, 13.45 น.

12 ม.ค.58 นายชุมพล จุลใส อดีต ส.ส.ชุมพร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะแกนนำ กปปส.เปิดเผยว่า หลังจากที่ได้เห็นมติเบื้องต้นของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ (กมธ.ยกร่างฯ) ในการจัดทำรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ 20 กปปส.มีความเห็นในเรื่องดังกล่าวว่า ในส่วนของผู้แทนราษฎรที่มาจากระบบสัดส่วน 200 คน กับแบ่งเขต 250 คน นั้น อยากจะให้ตัดระบบสัดส่วนออกไป เพราะว่าจุดยืนของ กปปส.ก็คือ ต้องการจะตัด ส.ส.ในระบบสัดส่วน หรือในระบบบัญชีรายชื่อออก ทั้งนี้ ก็เพื่อเป็นการตัดต้นลมในลักษณะของนายทุนพรรคหรือผู้สนับสนุนพรรค ซึ่งไม่ต่างจากการเอาเงินมาซื้อตำแหน่งทางการเมือง ดังนั้น จึงอยากให้ตัด ส.ส.บัญชีรายชื่อทั้งหมด โดยให้เหลือเฉพาะเพียงแค่ระบบแบ่งเขตเท่านั้น

ที่ผ่านมา ในส่วนของ กปปส.เองก็ได้มีการพูดคุยปรึกษาหารือในเรื่องนี้กันมาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ได้นำความคิดเห็นเสนอไปยัง กมธ.ยกร่างฯ ก็ขอให้ตัด ส.ส.ระบบสัดส่วน ออกไป ให้เหลือเฉพาะ ส.ส.ระบบเขต ตามเหตุผลที่ได้กล่าวมาแล้ว ซึ่ง กปปส.เสนอจุดยืนไปแบบนี้ หาก กมธ.ยกร่างฯ จะไม่เอาข้อเสนอของเรา เราก็ต้องยอมรับมติของ กมธ.ยกร่างฯ และที่ว่ายอมรับในที่นี้ก็คือ ยอมรับโดยไม่มีข้อติดใจ แต่เรามีจุดยืนชัดเจนว่า เราไม่เอา ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ เพราะที่ผ่านมา ระบบบัญชีรายชื่อทำให้คนที่ไม่เคยคลุกคลีกับประชาชน หรือแค่เอาเจ้าของซ่องมาเป็นหัวหน้าพรรค มันจึงเกิดความเสียหายขึ้นอย่างที่ผ่านมา และในขณะเดียวกันเราก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า การได้มาซึ่ง ส.ส.จากระบบบัญชีรายชื่อนั้น มีจุดบกพร่องหลายประการ อย่างเช่นได้ นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ มาเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ ถ้าเขาลงเลือกตั้ง ก็คงไม่มีโอกาสได้เป็นผู้แทนราษฎร พูดอย่างนี้ ผมไม่ได้ดูถูกเขา แต่ว่าเป็นไปไม่ได้ หมดสิทธิ์ เพราะประชาชนเขารู้อยู่ว่าประวัติเป็นอย่างไร แต่พอเอาไปอยู่ระบบบัญชีรายชื่อก็ตอบแทนกันใหญ่ อันนี้จึงยืนยันว่าไม่เห็นด้วย

นายชุมพล กล่าวอีกว่า สำหรับประเด็นที่จะให้กระทรวงมหาดไทย กับกระทรวงศึกษาธิการ มาดำเนินการจัดการเลือกตั้งแทนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นั้น มองว่า ที่ผ่านมา กกต.มีอำนาจอยู่แล้ว แต่ใช้อำนาจไม่เป็น หรือใช้ได้ไม่เต็มที่ ถ้าในสูตรใหม่จะใช้กระทรวงมหาดไทยจัดมันก็จะเป็นอีกระบบหนึ่ง แต่ที่ผ่านมาการให้ กกต.จัดการเลือกตั้งนั้น ถือเป็นการให้อำนาจที่ถูกต้องแล้ว แต่ถ้าจะให้กระทรวงมหาดไทยจัดก็อาจจะย้อนกลับไปสู่ยุคเก่าๆ

ส่วนกรณีที่จะริบอำนาจการให้ใบแดงของ กกต.ไปขึ้นกับศาลเลือกตั้งนั้น ในส่วนนี้ผมเห็นด้วย เพราะว่าในการเลือกตั้งที่ผ่านมาในแต่ละครั้งนั้น พอมีการเลือกตั้งไปแล้วก็เคยไปได้ยินคำพูดว่า ต้องเตรียมเอาไว้ไปสู้กับใบเหลืองใบแดงอีก เพราะในบางเรื่องก็ต้องยอมรับว่า 5 เสือ กกต.ก็ไม่ได้มาสอบสวนเอง แต่จะส่งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนลงมาทำหน้าที่แทน ซึ่งผมเองเคยเป็นตำรวจเก่า ผมก็รู้ว่ามันมีช่องโหว่ตรงไหนบ้าง และบางเรื่องมันก็มีเหตุไปสู่การทุจริตกันได้ ฉะนั้น กกต.จึงควรจะมีอำนาจในการสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่เท่านั้น แต่เรื่องการให้ใบแดงควรเป็นสิ่งที่อยู่ในระบบของศาลมากกว่า อีกทั้งในเรื่องวาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการในองค์กรอิสระก็มองว่าดี ลดวาระลงมาถือว่าดี

นายชุมพล กล่าวว่า สำหรับเรื่องการทุจริตคอรัปชั่นนั้น ตนเห็นว่าเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดในขณะนี้ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นใคร เรื่องนี้รัฐบาลที่มีอำนาจจะต้องทำอย่างเต็มที่โดยไม่กลั่นแกล้ง ต้องว่ากันไปตามพยานหลักฐาน เพราะที่มวลมหาประชาชนได้พากันออกมาต่อสู้ก็เพื่อให้บ้านเมืองนี้ดีขึ้น ไม่ต้องการให้บ้านเมืองมีการทุจริตคอรัปชั่น ดังนั้น กฎหมายก็ต้องเป็นกฎหมาย ซึ่งในส่วนนี้สำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะถ้าประชาชนออกมาแล้ว คนที่ทุจริตคอรัปชั่น รัฐบาลที่ทุจริตยังลอยนวลอยู่ ก็คงไปกันไม่ได้ ก็อยากจะฝากไปยัง คสช. , สนช.และ สปช.ด้วยว่า ให้ช่วยทำตามที่ชาวบ้านได้ตั้งความหวังไว้ว่าเรื่องที่ทุจริตคอรัปชั่น ไม่ว่าจะเป็นใครต้องดำเนินการให้เด็ดขาด อันนี้ถือเป็นเรื่องที่สำคัญเป็นอย่างยิ่ง

ส่วนในเรื่องของการเลือกตั้งในอนาคตนั้น ยืนยันว่า ในส่วนของ กปปส.ยกเว้น พระสุเทพ ปภากโร หรือ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.คนเดียว ที่จะไม่ลงรับสมัครเลือกตั้งใดๆ แต่ส่วนของพวกผมที่เหลือก็พร้อมที่จะลงเลือกตั้ง โดยยืนยันแนวทางการปฏิรูปเหมือนเดิม เพราะว่าพวกผมไม่ได้ประกาศเหมือนหลวงลุงกำนันที่ประกาศว่าไม่ลงเลือกตั้ง และไม่ว่ารัฐธรรมนูญจะมีหน้าตาออกมาเป็นอย่างไร กปปส.ก็พร้อมที่จะสานงานเรื่องการปฏิรูปต่อ หากชนะเลือกตั้งเราก็จะไปผลักดันกันในสภากันต่อ เพราะถือเป็นแนวทางที่หลวงลุงกำนันได้เคยประกาศเอาไว้มาโดยตลอด

ทั้งนี้ กปปส.ไม่ได้ไปแย่งชิงอำนาจของใครมาเป็นของตัวเอง ไม่ใช่ชนะแล้วพรรคประชาธิปัตย์ได้จัดตั้งรัฐบาล เราไม่ได้ทำเพื่อพรรคการเมืองหนึ่งพรรคการเมืองใด แต่ต้องการทำให้ประเทศดีขึ้น นี่คือจุดยืนของพวกเรา โดยเกิดความรู้สึกเหมือนว่าเราชนะ และก็ได้แยกย้ายกันกลับบ้าน รัฐบาลที่เป็นทรราช รัฐบาลที่ทุจริตก็ต้องมีอันเป็นไป อย่างน้อยคือเราสามารถหยุดยั้งระบอบทักษิณได้เยอะมากเลยทีเดียว ทำให้ระบอบทักษิณที่เป็นเหมือนเชื้อโรคร้าย หยุดแพร่กระจายไปสู่ในภาคส่วนต่างๆ ของประเทศได้

"การต่อสู้ของ กปปส.ไม่ได้สร้างภาพ เราต่อสู้กันจริงๆ พอชนะเราก็กลับบ้านกันจริงๆ ซึ่งที่ผ่านมาก็ไม่ได้เรียกร้องจากรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่า เราจะเอาอย่างนั้นจะเอาอย่างนี้ แต่สิ่งหนึ่งที่เราต้องการยืนยันก็คือ เราต้องการเอาคนทุจริตมาลงโทษ ไม่ว่าจะเป็นใคร ไม่ว่าจะใหญ่สักแค่ไหน ซึ่งพี่น้องประชาชนกำลังจับตามองเรื่องการทุจริตคอรัปชั่นของรัฐบาลชุดที่ผ่านมา ซึ่งก็สามารถยืนยันได้ว่า เรายังคงเฝ้าติดตามต่อให้ชนะแล้วเราก็ยังไม่ทิ้งกัน" นายชุมพล กล่าว

ภาพประจำตัวสมาชิก
3111
แอดมิน
แอดมิน
 
โพสต์: 4056
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 01ม.ค.1970 07:00
ที่อยู่: SOUTH BORDER

Re: การขับเคลื่อนประเทศไทยภายใต้ รัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557

โพสต์โดย 3111 » อังคาร 13ม.ค.2015 16:52


เมื่อวานนี้ 12 ม.ค.58 ที่บ้านพักรับรองเกษะโกมล ถนนเศรษฐศิริ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.), พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เชิญตัวแทนองค์กรภาคเอกชนประมาณ 25 ราย อาทิ ตัวแทนสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย, สภาอุตสาหกรรมจังหวัด, สมาคมธนาคารไทย, สภาธุรกิจตลาดทุน, สภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว, สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย และสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เป็นต้น เข้าหารือร่วมกัน

ไทยโพสต์ออนไลน์รายงานว่า การหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีและภาคธุรกิจใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง โดยได้มอบหมายให้ตัวแทนภาคธุรกิจเป็นผู้ชี้แจงทั้งหมด

จากนั้นเวลา 18.30 น. พล.ต.สรรเสริญ แก้วกําเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ที่นายกฯ ไม่ได้มาชี้แจงเองเป็นเพราะต้องการให้สื่อมวลชนเข้าใจภาคธุรกิจ ซึ่งอาจจะเกิดข้อสงสัยว่าสิ่งที่พูดมานั้นจริงหรือไม่ หลายสิ่งเป็นเรื่องมโนไปเอง จึงให้ภาคธุรกิจพูดถึงข้อเสนอและสิ่งที่รับฟังจากนายกฯ ซึ่งการพูดคุยวันนี้ภาคธุรกิจได้เสนอหลายเรื่อง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสิ่งที่รัฐบาลได้ขับเคลื่อนแล้ว มีเพียงบางอย่างที่ต้องปรับเพิ่ม เช่น การใช้จ่ายภาครัฐ แม้เงินจะลงไปทั้งหมดแล้วแต่อาจติดค้างในระดับจังหวัด หรือหน่วยภาคปฏิบัติ เพราะมีบางส่วนวิตกในเรื่องการทุจริต "ท่านนายกฯ ยังได้ฝากกับภาคธุรกิจด้วยว่า อย่าคิดหรือกังวลในเรื่องของการเมือง อยากให้มองในเรื่องอื่นๆ ด้วย เพราะเศรษฐกิจเป็นเรื่องสำคัญ แต่การเมืองก็เป็นเรื่องสำคัญ เพียงแต่ไม่อยากให้มองแต่กรณีการถอดถอน การสร้างความปรองดอง"

เขากล่าวว่า นายกฯ ได้ขอให้ฝ่ายธุรกิจช่วยประสานสื่อมวลชนว่า ช่วงนี้เป็นช่วงเวลาที่มีความละเอียดอ่อนและมีความสำคัญ จึงต้องเสนอข่าวอย่างรอบคอบและระมัดระวังอย่าชี้นำ ต้องให้สังคมตระหนักถึงข้อเท็จจริงว่า ที่มีการร้องในขณะนี้ร้องในประเด็นอะไร และฝ่ายที่ตอบคำถามนั้นตอบตรงหรือไม่ หากตอบตรง สนช.ก็เทคะแนนให้ แต่ถ้าไม่ตรงก็เทคะแนนให้อีกฝั่ง ต้องการให้ดูว่าการทำงานของแต่ละฝ่ายนั้นเป็นอย่างไร

เมื่อถามว่า ภาคธุรกิจไม่ได้ขอให้มีการยกเลิกกฎอัยการศึกใช่หรือไม่ พล.ต.สรรเสริญตอบว่า ไม่ได้พูดถึงเรื่องดังกล่าว แต่กลับมองไปในทิศทางตรงกันข้าม อย่างกลุ่มท่องเที่ยวระบุว่า การขยายตัวของห้างสรรพสินค้าที่มีกลุ่มนักช็อปปิงที่มีวงเงินสูง มีการเติบโตค่อนข้างมาก และนักท่องเที่ยวที่เข้ามาทั้ง กทม.และต่างจังหวัดและเมืองสำคัญๆ รู้สึกสบายใจว่ามีความปลอดภัยเกิดขึ้น ไม่มีการทะเลาะเบาะแว้ง ความปลอดภัยถือเป็นตัวชี้นำว่าการท่องเที่ยวจะดีขึ้น ไม่ใช่เรื่องของข้อกฎหมายหรือกฎอัยการศึก

ด้านนางศุภลักษณ์ อัมพุช รองประธานกรรมการ บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า ได้ไปดูงานที่ต่างประเทศก็มีนักลงทุนต่างระดับโลกอย่างเจ้าของคริสเตียน ดิออ เขาบอกว่าเขาไม่ได้กลัวเรื่องกฎอัยการศึก วันนี้เราอยู่ราชประสงค์ไม่ต้องกลัวว่าใครจะมาเดินปิดถนน เรานอนหลับฝันดี เมื่อก่อนเรากลัวกันว่าใครจะมาปิด ใครจะมาชุมนุม วันนี้เราไม่กลัว เรารู้สึกหน้าตาสดใสขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานหอการค้าแห่งประเทศไทย ระบุว่า เอกชนเห็นว่าเศรษฐกิจกำลังชะลอตัว ซึ่งเกิดจากเศรษฐกิจโลกและต้องการให้ภาครัฐเร่งเบิกจ่ายโครงการของภาครัฐที่ค้างท่ออยู่ ได้ให้กำลังใจการทำงานของรัฐบาล เอกชนพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับภาครัฐ และควรมีการจัดโซนการเพาะปลูกและส่งเสริมอาชีพให้กับเกษตรกร รวมทั้งให้เดินหน้าการต่อต้านคอร์รัปชันอย่างเข้มข้น

ด้านนายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ประเด็นที่เอกชนนำเสนอไปนั้นเป็นสิ่งที่ภาครัฐกำลังดำเนินการอยู่ โดยปัญหาที่เรากำลังเผชิญอยู่คือ การสนับสนุนเอสเอ็มอี ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็จะลงมาดูและแก้กรอบการทำงานของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เพื่อให้เป็นยุทธศาสตร์ของเอสเอ็มอี ซึ่งในภาพรวมก็มีความพอใจในการทำงานของรัฐบาล

นายบุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า นายกฯ ได้ดำเนินการต่างๆ มากพอสมควร และขณะนี้ก็พบว่า สถานะของธนาคารไทยมีความมั่นคงพอสมควร และมีความพร้อมที่จะผลักดันเศรษฐกิจได้ แต่สิ่งที่เราต้องการคือ ให้ภาครัฐออกกฎหมายหลักประกันธุรกิจที่มีการผลักดันมานานถึง 17 ปี ก็คาดว่าจะสำเร็จในรัฐบาลชุดนี้ นอกจากนี้ ยังมีการพูดถึงการออกกฎหมายอื่นๆ ที่จะช่วยผลักดันด้านการค้าและส่งเสริมการแข่งขันทางการค้า

ขณะที่นายทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมการบริหารและประธานกรรมการผู้จัดการ บมจ.พฤกษาเรียลเอสเตท กล่าวว่า ภาคอสังหาริมทรัพย์ต้องการให้มีการแก้ไขการออกใบอนุญาตด้านสิ่งแวดล้อมให้กระจาย เพื่อไม่ให้ติดขัด และให้ดูแลเรื่องใบอนุญาตทำงานให้แรงงานต่างด้าว รวมทั้งไม่ให้มีการเพิ่มภาษีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์เพื่อส่งเสริมธุรกิจ

ข้อมูลจากไทยโพสต์ออนไลน์

ภาพประจำตัวสมาชิก
3111
แอดมิน
แอดมิน
 
โพสต์: 4056
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 01ม.ค.1970 07:00
ที่อยู่: SOUTH BORDER

Re: การขับเคลื่อนประเทศไทยภายใต้ รัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557

โพสต์โดย 3111 » พฤหัสฯ. 15ม.ค.2015 12:51


ศรีธนญชัยในยุค 'รัฏฐาธิปัตย์' โดย เปลว สีเงิน
ThaiPost Online : Thursday, 15 January, 2015 - 00:00

วันนี้ ๑๕ มกรา ๕๘ สนช.มีรายการ "มาตามนัด" เปิดซักถามคดีถอดถอน "สมศักดิ์-นิคม"

ฝ่าย ป.ป.ช. "นายวิชา มหาคุณ" ขาน...พร้อมครับ
ฝ่ายถูกถอดถอน "นายนิคม ไวยรัชพานิช" ก็ขาน...พร้อมครับ!

เว้น "นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์" อดีตประธานรัฐสภาคนเดียว ไม่มีใครทราบว่าพร้อม-ไม่พร้อม
เพราะหายทั้งหน้า ทั้งหัว และทั้งตัว ไม่มีใครได้ข่าวคราวนับแต่ สนช.รับคดีถอดถอนแล้ว!

ส่วน "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" คิวเปิดซักถามของเธอเป็นวันพรุ่งนี้ (๑๖ ม.ค.) ฉะนั้น ค่อยไปคุยถึงเธอวันพรุ่งนี้

คณะกรรมาธิการที่จะซักถามทั้งนิคม-สมศักดิ์ และทั้ง ป.ป.ช.มี ๙ ท่าน ในวันนี้ มีดังนี้
๑.พลเอกมารุต ปัชโชตะสิงห์ ๒.นายมนุชญ์ วัฒนโกเมร ๓.นายยุทธนา ทัพเจริญ ๔.นายนิพนธ์ นราพิทักษ์กุล ๕.พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ ๖.นายทวีศักดิ์ สูทกวาทิน ๗.นางนิพัทธา อมรรัตนเมธา ๘.นายกิตติ วะสีนนท์ และ ๙.นายนิรวัชช์ ปุณณกันต์ พลเอกมารุต ปัชโชตะสิงห์ สนช.ที่มาจาก "ที่ปรึกษาพิเศษกองทัพไทย" เป็นประธาน!

กรณีนายนิคม มีคำถามจาก สนช. ๑๗ คำถามที่ต้องตอบ และ ๑๖ คำถามที่ ป.ป.ช.ต้องตอบให้บรรดา สนช.เขาหายข้องใจในแต่ละประเด็น ก่อนโหวต

คงรวมถึงประเด็น "ไม่มีรัฐธรรมนูญ ปี ๕๐ แล้ว ถอดถอนได้หรือ?" รวมอยู่ด้วยแน่!

กลุ่มคำซักถาม เขาแยกไว้เป็น ๓ กลุ่ม คือ ๓ กรอบ ในการซัก-ถาม จะไม่แตกออกไปจากนี้

ก็มีกลุ่มว่าด้วย "ข้อเท็จจริง" กลุ่มว่าด้วย "ข้อกฎหมาย" และกลุ่มว่าด้วย "ข้อคิดเห็น" ให้ซักกันจนกว่าหายข้อง ถึงจะเลิก

จะได้ไปโหวตในวันที่ ๒๓ ม.ค.ด้วยความเข้าใจ สมภูมิ-สมภาวะ สนช.ไงล่ะ!

มูลความผิดนายนิคมที่ ป.ป.ช.นำสู่การถอดถอน คือ
"ฐานส่อว่าจงใจใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓ วรรคสอง และมาตรา ๒๙๑ เนื่องจากใช้อำนาจรับญัตติให้ปิดอภิปราย ทั้งที่มีผู้ขอแปรญัตติ ผู้สงวนคำแปรญัตติ และผู้สงวนความเห็นรอการอภิปรายอยู่ จึงเป็นการตัดสิทธิ์โดยใช้เสียงข้างมากในที่ประชุมปิดการอภิปราย จึงเป็นมูลเหตุให้ถอดถอนจากตำแหน่ง ตามมาตรา ๖ วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ.๒๕๕๗ ประกอบมาตรา ๖๘ ของ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย ป.ป.ช. พ.ศ.๒๕๔๒"

ส่วนของนายสมศักดิ์ ถูกให้ถอดถอนด้วยมูลความผิดต่างกับนายนิคมอยู่บ้าง ดังนี้
"เป็นการกระทำที่ส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ พ.ศ.๒๕๕๐ มาตรา ๓ วรรคสอง มาตรา ๑๒๕ วรรคหนึ่งและวรรคสอง และมาตรา ๒๙๑ อันเป็นมูลเหตุให้ถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.๒๕๕๐ มาตรา ๒๗๐ และมาตรา ๒๗๔ ประกอบ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.๒๕๔๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๕๔ มาตรา ๕๖ มาตรา ๕๘ มาตรา ๖๑ และมาตรา ๖๒"

ครับ...ฟังเผินๆ ก็ไม่รู้ว่าต่างกับของนายนิคมอย่างไร แต่ในข้อเท็จจริงตามพฤติกรรมนายสมศักดิ์ ดังที่ ป.ป.ช.แถลง

ตรงที่นายสมศักดิ์นำญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ซึ่งไม่ใช่ฉบับของนายอุดมเดช รัตนเสถียร ที่เป็นผู้เสนอจัดทำเป็นสำเนาให้สมาชิกรัฐสภาเพื่อประกอบการประชุม โดยญัตติดังกล่าวไม่มีสมาชิกรัฐสภาคนใดลงชื่อเสนอญัตติ เป็นต้น

ประเด็นเอา "ญัตติปลอม" มาแหกตาสมาชิกรัฐสภา ตรงนี้แหละ มันสามารถยืนยันได้ทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย การไม่ยอมมาสู้หน้า-สู้คดีของนายสมศักดิ์ คือตำตอบอยู่ในตัวแล้ว

นอกจากผิดจริยธรรมทางการเมืองเต็มๆ ยังมีความน่าจะเป็นผิดทางโทษอาญา "ถึงศาล" คงต้องมีตามมาด้วย!

ในความเป็นนักกฎหมายของนายสมศักดิ์แต่ทุนเดิม ย่อมรู้มากกว่าคนไม่รู้กฎหมาย จึง....เผ่นดีกว่า ไม่ยอมมาเผชิญหน้าเหมือนนายนิคม เพราะนายนิคมคงรู้ ตัวเองเป็นกระบี่มือสอง รับลูกต่อจากนายสมศักดิ์ มีช่องทางได้ประโยชน์จากการไปให้ซัก-ให้ถาม ทั้งแง่ข้อเท็จจริงและกฎหมาย จึงขึ้นไปเด้งเชือก "ยกต่อยก" ไงล่ะ!

แต่ถึงอย่างไร ผมก็ขอย้ำ กระบวนการถอดถอนโดยสภาฯ ถือเป็นกฎจริยธรรมทางการเมือง ของสถาบันอำนาจนิติบัญญัติ

สภา ไม่ใช่สถาบันอำนาจตุลาการ คือไม่ใช่ศาล!

ดังนั้น ต้องเข้าใจว่า กฎหมายอาญา ซึ่งศาลเป็นผู้ใช้ เป็นกฎหมายที่ถูกบัญญัติขึ้น มุ่งเป้า ปราบโจรในโจร!

ส่วนกฎหมายป.ป.ช. กฎหมายระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน เป็นกฎหมายทางบริหารและการปกครอง บัญญัติขึ้น มุ่งเป้า "ปราบโจรในบัณฑิต"!

ก็นักการเมืองก็ดี ข้าราชการก็ดี ด้วยปรัชญาของมัน คือบัณฑิต เมื่อมีการกระทำผิดต่อจริยธรรม ต่อศีลธรรม ต่อหลักธรรมาภิบาล โทษยังไม่ถึงขั้นอาญาทางศาล

ก็มีการถอดถอน การพักราชการ ถอดยศ-ลดเงินเดือน ต่างๆ เหล่านี้ เป็นโทษสำหรับบัณฑิต ที่ทำผิดระดับศีลธรรมจรรยา ผิดระเบียบวินัย ผิดต่อหน้าที่ราชการ

ไม่ถึงขั้นเอาตัวไปขังคุก! แต่ให้มโนธรรมสำนึก "ขังใจ" ให้อดสู-ละอาย ด้วยหิริ-โอตตัปปะ เพราะคนระดับนักการเมือง หรือข้าราชการ นั่นควรต้องมีการกระทำเป็นบัณฑิต ทั้งกายและใจ ไม่ใช่กายบัณฑิต แต่ใจโจร .... หรือใจโจร กายบัณฑิต ติดยศ ติดบ่า ติดเหรียญตราเต็มแผงอก หลอกลวงชาติ-ประชาชน รวมทั้ง "ความเป็นคน" ของตัวเอง!

เอ้า...วันนี้ ท่านทั้งหลายก็โปรดเงี่ยหูสดับเอาก็แล้วกัน ถึงบท สนช.แสดง เราก็ดูเขา อย่าเพิ่งไปแสดงแทรกบทให้รุงรัง คำว่า "นิ่งเสียตำลึงทอง" ผมว่าเป็นภาษิตไทยที่ใช้ได้ตลอดกาลนะ!

อย่างวานนี้ นักข่าวไปซักถาม "นายวิษณุ เครืองาม" รองนายกฯ มือกฎหมายของรัฐบาล คสช.

อันที่จริง ความเก่งกาจ-ฉลาดเลิศ ด้านกฎหมายของท่านรองนายกฯ วิษณุ เป็นที่ประจักษ์มือ-ประจักษ์ใจมาแล้ว แต่สมัยเป็น "รองนายกฯ" รัฐบาลทักษิณ

เมื่อวาน เรื่องการถอดถอน ถ้าพูดตามภาษาชาวบ้านก็ต้องพูดว่า อยู่ในขั้นตอน "เข้าด้าย-เข้าเข็ม" ตัวแสดงในเรื่องถึงคิว "ออกฉาก"

แต่จู่ๆ ท่านรองฯ วิษณุโผล่ "ออกแขก" ตัดหน้า ด้วยลีลา-ภาษา-ชั้นเชิง "อมลูก-อมดอก" ทางแง่มุมกฎหมาย ชนิดที่ผมเห็นว่า จำเป็นต้องนำมาคุยกัน

คุยด้วยการขออนุญาต "กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์" ยกข่าวทั้งกระบิมาด้วยเจตนารักษาอรรถรสให้ครบถ้วนตามต้นฉบับ ดังนี้........

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีด้านกฎหมาย กล่าวถึงในรัฐธรรมนูญชั่วคราวนั้น ให้ สนช.มีอำนาจถอดถอนนักการเมืองหรือไม่ว่า "ไม่ทราบ" แต่ขณะนี้ สนช.เข้าใจไปแล้วว่าเขามีอำนาจ เป็นเรื่องของเขา จะไปพูดอย่างอื่นคงยาก

แต่ที่ สนช.บางคนกล่าวว่า ไม่มีอำนาจถอดถอนนั้น... สนช.ได้รับเรื่องเข้าสู่กระบวนการจนตั้งคำถามกันแล้ว แปลว่าโดยทั่วไปแล้วเขาเข้าใจว่ามีอำนาจ

แต่ก็ไม่ขัดข้อง หากใครจะมองว่าไม่มีอำนาจ จะไปโวย มันเข้าสู่กระบวนการแล้ว คงไม่มีการกลับมาโหวตอีกแล้วว่า สนช.มีอำนาจหรือไม่

ถ้าใครคิดว่า "ไม่มีอำนาจ" ก็ไปโหวต "ไม่ถอดถอน" ซะตอนนั้น ต้องแสดงออกในรูปนั้น

เมื่อถามว่า "หากลงมติแล้ว มีการฟ้องร้องตามมาอาจจะมีปัญหาหรือไม่"?

นายวิษณุ กล่าวว่า "ไม่เป็นไร ไม่ว่าอย่างไรก็ฟ้องกันได้ทั้งนั้น ต่อให้เห็นว่าไม่มีอำนาจรับไว้พิจารณา ก็จะมีคนฟ้องอยู่ดี หาว่าสภาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่"

เมื่อถามว่า"ชอบกลหรือไม่ ที่เหตุเกิดในสภาหนึ่ง แล้วมีการไต่สวนจากอีกสภาหนึ่ง?"

นายวิษณุกล่าวว่า "มันก็เพียงแค่ชอบกล แต่ปัญหาคือ ตามกฎหมายเขาทำได้หรือไม่ เมื่อเขาเข้าใจว่าทำได้ ก็ต้องปล่อยเขาไป รัฐบาลจะไปยุ่งคงไม่ได้"

เมื่อถามว่า "รัฐธรรมนูญปี ๒๕๕๐ ถูกยกเลิกไปแล้ว แล้วจะมีการพิจารณาถอดถอนเอาผิด เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี ๒๕๕๐ นั้น คิดเห็นอย่างไร?"

นายวิษณุกล่าวว่า " .............
ผมไม่อยากชี้นำ แต่วันนี้ ป.ป.ช.เขาถือว่าเขาใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.ปปช. และอ้างตามมาตรา ก็คงต้องซักว่า คุณมีอำนาจจริงหรือไม่?"

ครับ....นี่คือ "ถาม-ตอบ" ระหว่างรองฯ วิษณุกับนักข่าว ผมไม่มีความเห็นเรื่องสิทธิการแสดงออก แต่มีความเห็นตรงว่า

จำเป็นมากหรือครับ .....

ที่ท่านต้องออกมาพูดลีลา "หยดน้ำ" ท่ามกลางใจ สนช.เหมือน "ใบบอน" เมื่อใกล้เวลาถอดถอนคนเครือข่ายระบอบทักษิณ?

ในยุครัฏฐาธิปัตย์ ไม่น่ามี "ศรีธนญชัย" นะครับ!

ภาพประจำตัวสมาชิก
3111
แอดมิน
แอดมิน
 
โพสต์: 4056
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 01ม.ค.1970 07:00
ที่อยู่: SOUTH BORDER

Re: การขับเคลื่อนประเทศไทยภายใต้ รัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557

โพสต์โดย 3111 » อังคาร 27ม.ค.2015 17:27


?ประยุทธ์? โต้ ?ยิ่งลักษณ์? ย้ำประชาธิปไตยไม่มีวันตาย ขอเวลาแก้ปัญหาคนไทย
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 27 มกราคม 2558 16:15 น

นายกรัฐมนตรีตอบโต้อดีตนายกฯ ออกแถลงการณ์ระบุประชาธิปไตยตายแล้ว ระบุทหารก็มีประชาธิปไตยในใจ ลั่นไม่มีวันตาย อย่าไปสนใจมะกันจุ้น เปรยห้ามเจ้าตัวจ้อไม่ได้ แต่ถ้าวุ่นวายทำไม่ได้ ยันไม่ได้เป็นศัตรูกับใคร แต่ขอเวลาแก้ปัญหาให้คนไทย

วันนี้ (27 ม.ค.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ว่า ไม่ได้อ่านแถลงการณ์ผ่านเฟซบุ๊กของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ต่อกรณีที่ถูกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ลงมติถอดถอนออกจากตำแหน่ง แต่ได้ชี้แจงกรณีแถลงการณ์ดังกล่าวที่ระบุว่า ประชาธิปไตยได้ตายไปแล้ว โดยยืนยันว่าประเทศชาติขณะนี้เป็นประชาธิปไตยที่ดีกว่าปกติด้วยซ้ำ ประชาธิปไตยที่ดีคือการดูแลคนยากคนจนก่อน รวมทั้งดูแลผู้ที่มีรายได้ปานกลางและรายได้สูงขึ้น ประชาธิปไตยไม่มีวันตายไปจากประเทศไทย และตนเองก็เป็นทหารที่มีประชาธิปไตยในหัวใจ

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงกรณีที่ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ หารือกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ว่าอย่าให้ความสนใจ ส่วนกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์อาจไปแสดงความคิดเห็นผ่านช่องทางต่างๆ ส่วนตัวไม่สามารถไปห้ามได้ แต่เรื่องนี้ คสช.จะเป็นผู้พิจารณา หากทำให้เกิดเหตุวุ่นวายก็ไม่สามารถทำได้ ยืนยันว่า ตนเองไม่ได้เป็นศัตรูที่จะไปไล่ล่าใครเพียงแต่ขอเวลาในการแก้ปัญหาให้คนไทย

ภาพประจำตัวสมาชิก
3111
แอดมิน
แอดมิน
 
โพสต์: 4056
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 01ม.ค.1970 07:00
ที่อยู่: SOUTH BORDER

Re: การขับเคลื่อนประเทศไทยภายใต้ รัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557

โพสต์โดย 3111 » พฤหัสฯ. 29ม.ค.2015 04:30


หนักแน่น มั่นคง เดินหน้าประเทศไทยต่อไป โดย ท่านขุนน้อย
Thaipost Online : Thursday, 29 January, 2015 - 00:00

ก็อย่าถึงกับต้องไปยึดเอามาเป็นเนื้อหา สาระ อะไรกันมากมาย...สำหรับคำพูด คำจา ของคุณพ่ออเมริกาในช่วงนี้ ถือซะว่าเป็นการ ระบายลมผ่าน ทาง ช่องระบายลมผ่าน ก็แล้วกัน เพราะโดยปกติคุณพ่อท่านก็เป็นของท่านยังงี้มาโดยตลอด คือพร้อมจะดุด่า ว่ากล่าว โขกสับ ขากถุย กล่าวหา กล่าวประณามใครต่อใคร ไม่เว้นว่าจะเป็นประเทศเล็ก ประเทศน้อย หรือประเทศใหญ่โตซักขนาดไหน ด้วยความเชื่อว่า กู...คือความถูกต้อง อันเนื่องมาจาก กู...ใหญ่ที่สุดในโลก อะไรประมาณนั้น...

ขนาดประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอันดับ 1 ของโลก อย่างคุณพี่จีนก็ตาม ยังโดนคุณพ่ออเมริกากล่าวหา กล่าวประณาม ตอดแล้ว ตอดเล่า โดยไม่เคยคิดจะว่างเว้นเอาเลยแม้แต่น้อย แล้วประเทศเล็กๆ อย่างไทยแลนด์ แดนสยาม ของหมู่เฮาจะไปเหลืออะไร ถ้าหากยังมุ่งจะยึด ผลประโยชน์แห่งชาติ หรือ ผลประโยชน์ของปวงชนชาวไทย เป็นตัวตั้ง ไม่ได้คิดจะหันไปยึด ผลประโยชน์อเมริกา เป็นสรณะแล้ว...ย่อมหนีไม่พ้นที่จะต้องถูกคุณพ่ออเมริกา ตดใส่ ระบายคำพูด คำจา ผ่านทางช่องระบายลมผ่าน อย่างเท่าที่เห็นๆ กันอยู่ในทุกวันนี้...

แต่การดุด่า ว่ากล่าว กล่าวหา กล่าวประณาม ใครต่อใคร ตลอดไปจนการไล่กระทืบประเทศเล็ก ประเทศน้อย จนกลายเป็นอุปนิสัย หรือ สันดาน ของคุณพ่ออเมริกาไปแล้วนั้น ก็คงไม่ได้ทำให้คุณพ่ออเมริกาเกิดความรัก ความเคารพ ศรัทธา จากบรรดาประเทศต่างๆ ในโลกนี้ซักเท่าไหร่ ลักษณะอาการของอเมริกาในทุกวันนี้...ต้องเรียกว่า แทบไม่ต่างอะไรไปจากเพลงเก่าๆ ของ น้องพลับ-จุฑาภัทร เหล่าธรรมทัศน์ เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมานั่นแหละ คือ ใครๆ ก็ไม่รักผม...ขนาดพัดลมยังส่ายหน้าเลย แม้แต่ฝรั่งด้วยกันอย่างฝรั่งเศส ออสเตรเลีย ที่เคยร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่ เคยยอมเป็นลูกไล่ของคุณพ่ออเมริกามาโดยตลอด ดังที่เคยกล่าวเอาไว้แล้วนั่นแหละว่า ยังเริ่มจะ รับไม่ได้ ขึ้นมาดื้อๆ ถึงขั้นอดีตนายกรัฐมนตรีออสเตรเลียต้องออกมาปลุกระดมให้หาทางย้ายฐานทัพอเมริกาออกจากประเทศออสเตรเลียในเร็ววัน...

เท่าที่ยังพอยอมๆ ให้โขกสับ ให้วิ่งไปคาบไม้ คาบก้อนหิน แบบประเภท สุนัขพูเดิล อะไรทำนองนั้น ก็เห็นจะมีแต่ประเทศบางประเทศในยุโรปเท่านั้น แต่ก็นั่นแหละ...ในช่วงระยะนี้ อียูทั้งอียูก็ชักออกอาการ ลิ้นห้อย น้ำลายฟูมปาก จะสั่งให้ไปเก็บไม้ เก็บลูกฟุตบอล เก็บก้อนหินแบบแต่ก่อน เผลอๆ สุนัขบางรายมันอาจขาดใจตายเอาเลยก็ไม่แน่!!! ภาวะเศรษฐกิจในยุโรปที่ออกอาการทรุดหนักยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ค่าเงินตกลงไปถึงเกือบ 30-40 เปอร์เซ็นต์หลังจากฝรั่งสวิสหนีตาย ลอยตัวค่าเงินฟรังก์สวิสที่ผูกเอาไว้กับยูโรมาตลอด 3 ปี แม้จะงัดเอามาตรการ QE ปั๊มเงินยูโรออกมาสู่ตลาดชนิดพลั่กๆๆ แต่ก็เป็นที่รู้ๆ กันอยู่ว่ามันไม่ได้เป็นเงินที่จะก่อให้เกิดรายได้หรือผลผลิต แค่เงินที่เอามาหมุนหนี้และเก็งกำไรกันไปเป็นพักๆ เงินยูโรทุกวันนี้จึงออกอาการหัวทิ่ม ไหลลงสู่จุดต่ำสุดในรอบ 11 ปี แถมไม่ได้ช่วยให้การส่งออกเพิ่มความคึกคักอะไรมากมายนัก เพราะตลาดรัสเซียที่เป็นตัวรองรับสินค้าต่างๆ ในยุโรป โดยเฉพาะสินค้าการเกษตรทั้งหลาย ถูกปิด ถูกแซงก์ชั่น โดยคำสั่งของ ซีซาร์ (ซีซาร์ มิลาน) หรือของผู้รู้ใจสุนัขอย่างคุณพ่ออเมริกานั่นเอง...

ยิ่งเมื่อพรรคฝ่ายซ้ายของกรีซ หรือพรรค Syriza ที่นำโดยคนหนุ่มอย่างนาย Alexis Tsipras ซึ่งป่าวประกาศว่าจะยึด ผลประโยชน์แห่งชาติ หรือ ผลประโยชน์ของปวงชนชาวกรีซ เป็นหลัก ผงาดขึ้นมาเป็นรัฐบาลได้สำเร็จ กระแสต่อต้าน นโยบายรัดเข็มขัด ของอียู ก็ทำท่าว่าจะแพร่สะพัดไปทั่วทั้งยูโรเอาง่ายๆ และถ้าบรรดาประเทศในอียูซึ่งต่างเป็นหนี้นุงนัง นัวเนีย ไปด้วยกันทั้งนั้น เกิดกระแสลมพลิกกลับหันไปสนับสนุนพวก ลงพุง หรือพวกไม่ชอบรัดเข็มขัดกันเป็นรายๆ ไม่ว่าสเปน อิตาลี โปรตุเกส ฯลฯ แนวโน้มที่บรรดาสุนัขทั้งหลายจะหันมา กัดกันเอง หรือแนวโน้มที่อียูทั้งอียูอาจถึงขั้นแตกสลาย ก็ใช่ว่าจะไม่มีเอาเสียเลย!!!

แต่ก็นั่นแหละ...ถึงสุนัขตัวเองจะทั้งเหนื่อย ทั้งหิว ทั้งลิ้นห้อย น้ำลายฟูมปากไปแล้วเป็นรายๆ ซีซาร์ มิลาน ก็ยังพยายามจะออกคำสั่งให้เล่นงานรัสเซีย ให้พังพินาศ ฉิบหาย ให้จงได้ ไม่เพียงแต่บริษัทจัดอันดับความเชื่อถืออย่างสแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ ที่ออกจะพัวร์เอามากๆ จะลดอันดับตราสารหนี้ต่างประเทศของรัสเซียให้มีค่าแค่เพียง ขยะ เท่านั้นแล้ว อีกไม่กี่วันนับจากนี้...ความพยายามที่จะเพิ่มมาตรการแซงก์ชั่นรัสเซียให้หนักขึ้นและแรงขึ้นยิ่งกว่าเก่า จะส่งผลให้บรรดาสุนัขในอียูต้องหันมา กัดกันเอง หรือไม่ อย่างไร ก็ยังมิอาจคาดคะเนได้ แต่ถ้าหากทุกๆ ตัว ร่วมด้วยช่วยกัด อย่างเป็นกิจการแล้ว อันนั้น...เตรียมตัว นับถอยหลัง ได้โดยทันที ว่า สงครามใหญ่ เพื่อล้างหนี้ แก้หนี้ แก้ปัญหาเศรษฐกิจ คงเป็นสิ่งที่มิอาจหลีกเลี่ยงได้อีกต่อไปแล้ว...

สำหรับประเทศไทยแลนด์ แดนสยาม ของหมู่เฮาทั้งหลาย ถึงจะเป็นประเทศเล็กๆ ก็เถอะ...แต่จงภูมิใจเอาไว้เถิดว่า อย่างน้อย...เราก็ไม่ได้เป็น สุนัข เหมือนกับใครต่อใครเขา แม้ต้องถูกดุด่า ว่ากล่าว ถูกคุณพ่ออเมริกาฝังเขี้ยวจมน่องชนิดเขี้ยวแล้ว เขี้ยวเล่า แต่ในเมื่อเรามิใช่ หมา คงไม่จำเป็นต้องลงไปกัดกะเขา แค่ฟังหูซ้ายแล้วปล่อยให้ทะลุออกไปทางหูขวา หันมาประคับประคองตัวเองเอาไว้ให้ดี ค่อยๆ เดินหน้าประเทศไทย ไปอย่างสุขุม รอบคอบ หนักแน่น มั่นคง และยั่งยืน ยึดผลประโยชน์แห่งชาติและผลประโยชน์ปวงชนชาวไทยเป็นที่ตั้ง จะเป็นประชาธิปไตยมาก ประชาธิปไตยน้อย หรือเป็นประชาธิปไตยตอนไหนก็แล้วแต่ แต่การที่ได้เห็น ทหารแห่งกองทัพบก เตรียมจะลงไปคลุกคลีกับชาวไร่ ชาวนา ลงไปสร้าง เศรษฐกิจพอเพียง ตั้งแต่ในระดับรากฐานของโครงสร้างสังคมแล้ว อันนี้นี่แหละ...ต้องเรียกว่า เก๋...ซะไม่มี

ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้จาก Anon... ?Any time you think you have influence, try ordering around someone else?s dog.- เมื่อใดที่ท่านคิดว่าท่านมีอำนาจอิทธิพล ท่านก็ลองสั่งให้สุนัขผู้อื่น ทำตามคำสั่งของท่านดูสิ...?.

--------------------------------------------------------


ภาพประจำตัวสมาชิก
3111
แอดมิน
แอดมิน
 
โพสต์: 4056
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 01ม.ค.1970 07:00
ที่อยู่: SOUTH BORDER

Re: การขับเคลื่อนประเทศไทยภายใต้ รัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557

โพสต์โดย 3111 » จันทร์ 09ก.พ.2015 06:10


ขอประชาธิปไตยคืนมา : บทบรรณาธิการ
Thaipost Online : Monday, 9 February, 2015

งานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 70 ได้รับความสนใจจากสังคมไทยอย่างคึกคักครึกโครมมากกว่าทุกปี และอาจจะต้องบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ของทั้งสองมหาวิทยาลัยเลยก็ได้ เมื่อขบวนล้อเลียนทางการเมือง อันเป็นสัญลักษณ์ประจำของงานฟุตบอลประเพณีดังกล่าว ถูกนำมาเสนอข่าวและประโคมโหมกันอย่างใหญ่โตในทุกสื่อ ว่าด้วยการถูกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) สกัดกั้น และขัดขวางมิให้มีอิสระและเสรีภาพในการนำเสนอแนวคิดต่างๆ เฉกเช่นที่เคยกระทำมาในอดีต จนมีการตั้งคำถามและเพรียกหาขอประชาธิปไตยคืนมา

รายละเอียดเบื้องหลังการต่อสู้ ต่อรองของนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กับเจ้าหน้าที่ทหาร เพื่อให้ภารกิจการนำเสนอหุ่นล้อทางการเมืองถูกเผยแพร่ในเวลาต่อมาอย่างน่าสนใจ และน่าติดตาม เพราะการนำเสนอความคิด ความเห็นทั้งในด้านการเมือง สังคม และเศรษฐกิจ โดยใช้ขบวนหุ่นล้อการเมืองเป็นตัวสะท้อนของบรรดานักศึกษาที่ได้ชื่อว่าเป็นปัญญาชน อีกทั้งเป็นสถาบันผู้นำความคิดในการต่อสู้เพื่อสิทธิเสรีภาพของประเทศชาติประชาชนมาอย่างยาวนานต่อเนื่องนั้น เป็นเทศกาลหรือประเพณีที่สังคมไทยคาดหวัง ตั้งหน้าตั้งตาดูมาอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในเวลาที่บ้านเมืองเกิดความขัดแย้ง ก็ยิ่งเพิ่มน้ำหนักกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นของสาธารณชนโดยปริยาย

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ รวมทั้งเสียงตั้งข้อสังเกตต่อความอ่อนไหวจนเกินไปของ คสช.ในการแสดงออกของนิสิตนักศึกษา จนกลายเป็นการผลักให้เกิดความสนใจใฝ่รู้ของชาวบ้านมากขึ้น กระทั่งกลายเป็นการเปิดช่องให้ฝ่ายที่สูญเสียอำนาจให้กับ คสช.ฉวยโอกาสตอกย้ำว่า บ้านเมืองของเราเวลานี้ขาดประชาธิปไตยโดยสิ้นเชิง จนเป็นเหตุให้มีความเดือดร้อนไปทั่วนั้น ดูเหมือนมองข้ามความเป็นจริงในบางมุมอันเกี่ยวกับนิยามคำว่า "ประชาธิปไตย" สำหรับสังคมไทยในปัจจุบันมิได้เช่นกัน

ประชาธิปไตย ถือเป็นแนวทางการปกครองบริหารประเทศชาติบ้านเมืองแบบสากลที่ได้รับการยอมรับว่า ถูกต้อง เหมาะสม และดีที่สุดในบรรดารูปแบบการปกครองอื่นๆ เพราะการปกครองแบบประชาธิปไตย เป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วม ฟังเสียงประชาชนเป็นหลัก และมีบรรทัดฐานสำคัญมุ่งประโยชน์ของประชาชน โดยใช้เสียงข้างมากเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการ ด้วยเหตุนี้ประเทศที่มิได้ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย จึงมักจะถูกมองว่าเป็นประเทศล้าหลัง ไม่ให้สิทธิเสรีภาพแก่ประชาชนที่เป็นเจ้าของประเทศ และเป็นเจ้าของอำนาจอย่างแท้จริง

ประเทศไทยมีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2475 โดยต้องยอมรับความจริงว่า เป็นประชาธิปไตยอย่างลุ่มๆ ดอนๆ หาความแน่นอนและจุดลงตัวมิได้แม้จนทุกวันนี้ จนทำให้เกิดการเว้นวรรคประชาธิปไตยบ่อยครั้ง พร้อมกับโจทย์คำถามให้เลือกอย่างน่าสนใจในวันนี้ว่า ประเทศไทยจะจมปลักอยู่กับประชาธิปไตยจอมปลอม หรือประชาธิปไตยแบบไทยๆ ที่ปราศจากจิตสำนึกของผู้อาสาเข้ามาเป็นตัวแทนของประชาชนผ่านกระบวนการตามระบอบประชาธิปไตยอีกนานแค่ไหน และสมควรหรือไม่ที่จะถามหาประชาธิปไตยในคราบของประชานิยม หรือทุนนิยม ใช้เงินซื้ออำนาจเพื่อการแอบอ้างประชาธิปไตยของประชาชนแบบไม่รู้จบ

งานบอลประเพณีครั้งที่ 70 ที่มีเรื่องราวเป็นข่าวใหญ่โต ก็ทำให้คำว่า "ประชาธิปไตย" ถูกหยิบขึ้นมาเป็นประเด็นถกเถียงอีกครั้ง ไม่เพียงแต่เพราะการแปรอักษรข้อความว่า "ขอประชาธิปไตย...เมื่อไหร่จะคืน" บนอัฒจันทร์เมื่อวันเสาร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาเท่านั้น แต่เป็นเพราะการปิดกั้นการแสดงออกของนักศึกษา ทำให้คนส่วนหนึ่งในสังคมไทยเห็นว่า คสช.ระแวงเกินไป อย่างไรก็ตาม ในกลุ่มที่ให้ความเชื่อมั่นกับ คสช.อย่างเต็มร้อยว่า จะเข้ามาแก้ปัญหาประชาธิปไตยจอมปลอมอย่างจริงจังนั้น กลับเห็นว่า นิสิต นักเรียน นักศึกษาเหล่านี้ยังคง "โลกสวย" ไปกับนิยามคำว่าประชาธิปไตยแบบสากล โดยไม่แยกแยะเลยว่า คนไทยถูกนักการเมืองสวมเสื้อประชาธิปไตยหลอกลวง และแสวงหาประโยชน์โดยอาศัยเสียงข้างมากแบบบิดเบือนเจตนารมณ์ของประชาธิปไตยมานานเพียงใด

การว่างเว้นจากคำว่า "ประชาธิปไตย" ไม่ว่าจะมากจะน้อยในทางปฏิบัติ จะเห็นด้วยหรือเห็นแตกต่าง หากทุกฝ่ายลองจินตนาการ หรือระลึกนึกย้อนกลับไป 1 ทศวรรษที่ผ่านมา น่าจะตระหนักรู้ได้ดีว่า ประชาธิปไตยแบบเสียงข้างมากลากไป ประชาธิปไตยแบบลักหลับ ไม่น่าจะใช่ประชาธิปไตยที่พึงปรารถนา และแน่นอนไม่ใช่ประชาธิปไตยที่อวดอ้างว่าเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง เพราะไม่เช่นนั้นแล้ว ณ ปัจจุบัน เราคงไม่ต้องมาทะเลาะแบ่งสีหรือแบ่งพวกโต้วาทีกันว่า รัฐบาลทหารจะดีกว่ารัฐบาลจากการเลือกตั้งได้อย่างไร

ฉะนั้น แทนที่จะเพรียกหาประชาธิปไตยแบบเดิมๆ ที่แทบจะทำให้คนไทยบางส่วนเอือมระอาและอยากจะสาปส่งประชาธิปไตย โดยให้รัฐบาลเผด็จการทหารปกครองให้รู้แล้วรู้รอดตลอดไปนั้น ทำไมและเหตุใด นิสิต นักศึกษา ถึงไม่ลุกขึ้นมาร่วมผลักดันให้รัฐบาลทหารโดย คสช.ดำเนินการขับเคลื่อนเจตนารมณ์ในการผลักดันให้มีการปฏิรูปประเทศไทย คืนความสุขให้กับประชาชน สร้างความปรองดองกลับคืนสู่สังคมไทยอย่างจริงจัง เยาวชนเจ้าของประเทศควรจะต้องจับกลุ่มร่วมกันตรวจสอบความจริงใจ จริงจังของทุกองค์กรที่กำลังทำหน้าที่เพื่อการปฏิรูปบ้านเมือง ทั้งทางตรงและทางอ้อม แม้แต่การจับกลุ่มกันขับเคลื่อนการป้องกันและปราบปรามคอร์รัปชันในสถานศึกษาของตัวเอง ก็ถือเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพอย่างมีความรับผิดชอบ เพื่อการพิทักษ์รักษาสถาบัน และองค์กรอันเป็นที่รักของตัวเอง

ในฐานะประชาชนคนไทย วันนี้ทุกคนได้เวลาตั้งคำถามกับตัวเองแล้วว่า ประชาธิปไตยที่ต้องการนั้น ใช่ประชาธิปไตยแบบที่แล้วๆ มา ที่บอกว่าให้ประชาชนมีสิทธิ์ มีเสียง และมีอำนาจ แต่เมื่อได้อำนาจของประชาชนจากการเลือกตั้งไปแล้ว ก็ลืมตัวรักษาแต่ผลประโยชน์ของพรรคพวกพี่น้อง ใช้อำนาจตามอำเภอใจ หรือเปล่า ถ้าหากคำตอบคือ "ไม่เอา" หรือ "ไม่ใช่" ทุกคนก็น่าจะหยุดคิดได้ว่า จะร่วมมือในการขับเคลื่อนให้มีการล้มล้างประชาธิปไตยแบบเก่าน้ำเน่าให้หมดไปด้วยวิธีไหน และอย่างไร เพราะนี่คือโอกาสทองแล้วในการปฏิรูปประเทศชาติบ้านเมือง เริ่มต้นประชาธิปไตยที่ดีและถูกทิศถูกทางกับเขาสักที.

ภาพประจำตัวสมาชิก
3111
แอดมิน
แอดมิน
 
โพสต์: 4056
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 01ม.ค.1970 07:00
ที่อยู่: SOUTH BORDER

Re: การขับเคลื่อนประเทศไทยภายใต้ รัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557

โพสต์โดย 3111 » พุธ 18ก.พ.2015 07:37


ขอมอบเพลงนี้แด่ท่านนายกรัฐมนตรี คณะ คสช. คณะรัฐมนตรี และประชาชนชาวไทย ทุกท่าน



ภาพประจำตัวสมาชิก
3111
แอดมิน
แอดมิน
 
โพสต์: 4056
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 01ม.ค.1970 07:00
ที่อยู่: SOUTH BORDER

ย้อนกลับ

ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน


cron