เขาพระวิหาร โดย พลโท กนก เนตระคะเวสนะ

Moderator: สมาชิกหนุ่ม11

ple
แอดมิน
แอดมิน
โพสต์: 13383
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 เม.ย. 2011, 08:18
ที่อยู่: 55/126 หมู่บ้านโกลเดนอเวนิว ซอยประชาสุขสรรค์3 ถนนติวานนท์ นนท์บุรี
ติดต่อ:

Re: เขาพระวิหาร โดย พลโท กนก เนตระคะเวสนะ

โพสต์โดย ple » 12 พ.ย. 2013, 04:17

รูปภาพ

นายกฯ แถลงระบุคำพิพากษาศาลโลกคดีพระวิหารเป็นคุณต่อประเทศไทย เหตุศาลตีความเฉพาะพื้นที่ขนาดเล็กใกล้เคียงปราสาท พร้อมยืนยันคำพิพากษาเดิมปี 2505 ไม่ตัดสินเรื่องเขตแดน เขมรแห้วพื้นที่ 4.6 ตร.กม.แผนที่ 1 ต่อ 2 แสนไม่ผูกพันกับไทย เตรียมนำผลพิพากษาเข้าครม. จัดเจรจากัมพูชาตามกลไกเดิมที่มีอยู่ เพื่อหาข้อยุติทั้งสองฝ่าย

รูปภาพ


วันนี้ (11 พ.ย.) เมื่อเวลาประมาณ 19.30 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้อ่านแถลงการณ์ หลังจากที่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศได้อ่านคำพิพากษากรณีกัมพูชาได้ยื่นร้องให้ตีความคำพิพากษาคดีปราสาทพระวิหารที่ตัดสินไว้เมื่อปี 2505 โดยนายกฯ กล่าวว่า คำพิพากษาดังกล่าว หลายส่วนเป็นคุณกับประเทศไทย ได้แก่

1.ศาลรับฟังข้อต่อสู้ของไทย และได้ตัดสินยืนยันที่จะตัดสินภายในขอบเขตของคำพิพากษาเดิม เมื่อปี 2505

2.ศาลรับฟังข้อต่อสู้ของไทย โดยยืนยันว่า คำพิพากษาเดิมเมื่อปี 2505 นั้น มิได้ตัดสินเกี่ยวกับประเด็นเขตแดนระห่างไทยกับกัมพูชา เพราะเป็นประเด็นที่อยู่นอกเหนือจากคำพิพากษาเดิม ซึ่งหมายความว่า ศาลไม่รับพิจารณาข้อเรียกร้องของกัมพูชาเหนือพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร และที่สำคัญ ศาลไม่ได้ตัดสินว่า แผนที่มาตราส่วน 1:200,000 ผูกพันกับไทย โดยผลของคำพิพากษาเมื่อปี 2505

3.ศาลรับตีความเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวกับพื้นที่บริเวณใกล้เคียงปราสาท ตามคำพิพากษาเดิมเมื่อปี 2505 โดยศาลอธิบายว่า เป็นพื้นที่ขนาดเล็กมาก ซึ่งกำหนดขึ้นตามสภาพภูมิศาสตร์ ที่ประกอบขึ้นเป็นยอดเขาพระวิหาร โดยไม่ได้กำหนดเส้นเขตแดน และที่สำคัญ ไม่รวมพื้นที่ภูมะเขือ ซึ่งในส่วนของพื้นที่บริเวณใกล้เคียงปราสาทนี้ ทั้งสองประเทศจำเป็นต้องหารือกันในรายละเอียดต่อไป โดยกลไกทวิภาคีที่มีอยู่ และ

4.ศาลได้แนะนำให้ความสำคัญกับการที่ทั้งสองฝ่ายจะร่วมมือกันในการอนุรักษ์และพัฒนาปราสาทพระวิหาร ในฐานะที่เป็นมรดกโลก

น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวต่อว่า รัฐบาลจึงได้สั่งให้ทีมที่ปรึกษากฎหมาย ศึกษารายละเอียดและสาระสำคัญของคำพิพากษา เพื่อนำข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะไปประกอบพิจารณาดำเนินการของรัฐบาลต่อไป ต่อจากนั้น ไทยและกัมพูชา จะต้องเจรจาหารือภายใต้กลไกที่มีอยู่ระหว่างทั้งสองประเทศ เพื่อให้ได้ข้อยุติ ให้เป็นที่ยอมรับของทั้งสองฝ่าย และจะคำนึงถึงขั้นตอนและกระบวนของกฎหมายและบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และขอยืนยันว่า การดำเนินการของรัฐบาลจะรักษาอธิปไตยและผลประโยชน์ของประเทศเป็นที่ตั้ง รวมทั้งเกียรติภูมิของชาติ และความเป็นประชาคมอาเซียน พร้อมกันนี้ รัฐบาลได้สั่งการและกำชับให้ฝ่ายทหารและเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร ฝ่ายความมั่นคง ยังคงรักษาความสงบเรียบร้อยในบริเวณชายแดน รักษาอธิปไตย และดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ เพื่อสันติภาพ สันติสุข และความสงบเรียบร้อย ดังที่ได้ปฏิบัติมาโดยตลอด ขอให้พี่น้องประชาชนชาวไทยมีความเชื่อมั่นว่า รัฐบาลจะดำเนินการทุกอย่างโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคนและของชาติอย่างสูงสุด

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ทันทีที่นางสาวยิ่งลักษณ์ อ่านแถลงการณ์ท่าทีไทยต่อคำพิพากษาของศาลยุติธรรมแล้วเสร็จ ได้เดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาลทันที พร้อมกับระบุเพียงสั้นๆว่า ในวันพรุ่งนี้จะนำผลคำพิพากษาของศาลโลกเข้าสู่การประชุม ครม.

ด้านนายพีระพันธุ์ พาลุสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระบุว่า การประชุม ครม.นัดพิเศษ เมื่อช่วงบ่ายวันนี้ (11 พ.ย. 2556 ) มีมติให้สภากำหนด เปิดอภิปรายทั่วไป โดยไม่มีการลงมติตามมาตรา 179

คำต่อคำ ?ยิ่งลักษณ์? แถลง กรณีคำพิพากษาศาลโลก

?สวัสดีค่ะ พี่น้องประชาชนชาวไทยที่เคารพรักทุกท่าน ตามที่เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2554 กัมพูชาได้ยื่นฟ้องต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ศาลโลก) เพื่อขอให้ตีความคำพิพากษาคดีปราสาทพระวิหารในปี 2505 โดยเห็นว่า ไทยและกัมพูชามีความเห็นที่ไม่ตรงกันเกี่ยวกับคำพิพากษาของคดี เมื่อปี 2505 ในเรื่องของขอบเขตบริเวณใกล้เคียงปราสาท ซึ่งกัมพูชาเห็นว่าต้องเป็นไปตามเส้นเขตแดนระหว่างประเทศ ในแผนที่มาตรา 1:200,000 ระวางดงรักนั้น คณะดำเนินคดีฝ่ายไทยได้ทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มที่ ได้ต่อสู้ในแง่กฎหมาย และกติกาสากลอย่างเต็มที่ ดังเป็นที่ประจักษ์ในการให้การทางวาจาต่อศาลโลกเมื่อเดือนเมษายน ที่ผ่านมานั้น รัฐบาลทราบดีว่า ภารกิจในการต่อสู้คดีครั้งนี้เป็นภารกิจที่ท้าทายและยากลำบากมาก เพราะเป็นคดีที่ตีความคำพิพากษาเดิมที่ผ่านมาแล้ว 50 ปี และประเทศไทยจำเป็นต้องกลับไปต่อสู้ที่ศาลอีกครั้งหนึ่ง เพื่อมิให้ศาลพิจารณาเพียงเอกสาร หลักฐาน และคำให้การของกัมพูชาแต่เพียงฝ่ายเดียว ดังนั้น คณะดำเนินคดีของประเทศไทยจึงได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลและประชาชนในทุกด้านอย่างเต็มที่ เพื่อให้ทุกคนสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างสบายใจและมีประสิทธิภาพสูงสุด

บัดนี้ ศาลโลกได้พิจารณาเอกสารหลักฐานของทั้งสองฝ่าย ซึ่งพี่น้องประชาชนทุกท่านคงได้มีโอกาสติดตามการถ่ายทอดสดคำพิพากษา โดยรัฐบาลเห็นว่าเป็นคำพิพากษาที่ให้ความสำคัญกับการที่ทั้งสองประเทศจะต้องเจรจากัน และมีหลายส่วนที่เป็นคุณกับประเทศไทย โดยมีประเด็นหลักๆ ดังนี้

1.ศาลรับฟังข้อต่อสู้ของไทย และได้ตัดสินยืนยันที่จะตัดสินภายในขอบเขตของคำพิพากษาเดิม เมื่อปี 2505

2.ศาลรับฟังข้อต่อสู้ของไทย โดยยืนยันว่า คำพิพากษาเดิมเมื่อปี 2505 นั้น มิได้ตัดสินเกี่ยวกับประเด็นเขตแดนระห่างไทยกับกัมพูชา เพราะเป็นประเด็นที่อยู่นอกเหนือจากคำพิพากษาเดิม ซึ่งหมายความว่า ศาลไม่รับพิจารณาข้อเรียกร้องของกัมพูชาเหนือพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร และที่สำคัญ ศาลไม่ได้ตัดสินว่า แผนที่มาตราส่วน 1:200,000 ผูกพันกับไทย โดยผลของคำพิพากษาเมื่อปี 2505

3.ศาลรับตีความเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวกับพื้นที่บริเวณใกล้เคียงปราสาท ตามคำพิพากษาเดิมเมื่อปี 2505 โดยศาลอธิบายว่า เป็นพื้นที่ขนาดเล็กมาก ซึ่งกำหนดขึ้นตามสภาพภูมิศาสตร์ ที่ประกอบขึ้นเป็นยอดเขาพระวิหาร โดยไม่ได้กำหนดเส้นเขตแดน และที่สำคัญ ไม่รวมพื้นที่ภูมะเขือ ซึ่งในส่วนของพื้นที่บริเวณใกล้เคียงปราสาทนี้ ทั้งสองประเทศจำเป็นต้องหารือกันในรายละเอียดต่อไป โดยกลไกทวิภาคีที่มีอยู่

4.ศาลได้แนะนำให้ความสำคัญกับการที่ทั้งสองฝ่ายจะร่วมมือกันในการอนุรักษ์และพัฒนาปราสาทพระวิหาร ในฐานะที่เป็นมรดกโลก

ดังนั้น รัฐบาลได้สั่งให้ทีมที่ปรึกษากฎหมาย ศึกษารายละเอียด และสาระสำคัญของคำพิพากษา เพื่อนำข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะไปประกอบพิจารณาดำเนินการของรัฐบาลต่อไป ต่อจากนั้น ไทยและกัมพูชา จะต้องเจรจาหารือภายใต้กลไกที่มีอยู่ระหว่างทั้งสองประเทศ เพื่อให้ได้ข้อยุติ ให้เป็นที่ยอมรับของทั้งสองฝ่าย และจะคำนึงถึงขั้นตอนและกระบวนของกฎหมายและบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

ในโอกาสนี้ ดิฉันขอเรียนยืนยันว่า การดำเนินการของรัฐบาลจะรักษาอธิปไตยและผลประโยชน์ของประเทศเป็นที่ตั้ง รวมทั้งเกียรติภูมิของชาติ และความเป็นประชาคมอาเซียน พร้อมกันนี้ รัฐบาลได้สั่งการและกำชับให้ฝ่ายทหารและเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร ฝ่ายความมั่นคง ยังคงรักษาความสงบเรียบร้อยในบริเวณชายแดน รักษาอธิปไตย และดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ เพื่อสันติภาพ สันติสุข และความสงบเรียบร้อย ดังที่ได้ปฏิบัติมาโดยตลอด

พี่น้องประชาชนที่เคารพรัก ประเทศไทยและกัมพูชาเป็นประเทศเพื่อนบ้านกัน ที่นอกจากจะมีพรมแดนติดต่อกันถึงเกือบ 800 กิโลเมตร ยังเป็นสมาชิกอาเซียนที่้ต้องพึ่งพาอาศัยกันต่อไป เพื่อความสงบสุขและเจริญรุ่งเรือง อีกทั้งประชาชนไทยและกัมพูชาก็มีความสัมพันธ์ฉันท์ญาติมิตร มีวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ร่วมกันมาช้านาน ดังนั้นทั้งสองประเทศจึงจำเป็นที่จะต้องร่วมมือกันเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนทั้งสองประเทศ

ในนามของรัฐบาล ดิฉันขอให้พี่น้องประชาชนชาวไทยมีความเชื่อมั่นว่า รัฐบาลจะดำเนินการทุกอย่างโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคนและของชาติอย่างสูงสุด ขอบคุณค่ะ?


รูปภาพ
"คุณตาเปิ้ล"

ple
แอดมิน
แอดมิน
โพสต์: 13383
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 เม.ย. 2011, 08:18
ที่อยู่: 55/126 หมู่บ้านโกลเดนอเวนิว ซอยประชาสุขสรรค์3 ถนนติวานนท์ นนท์บุรี
ติดต่อ:

Re: เขาพระวิหาร โดย พลโท กนก เนตระคะเวสนะ

โพสต์โดย ple » 12 พ.ย. 2013, 04:21

Clip นายกรัฐมนตรีแถลงฯ

http://youtu.be/co1bsAKNnbQ

"คุณตาเปิ้ล"

3111
แอดมิน
แอดมิน
โพสต์: 4056
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ม.ค. 1970, 07:00
ที่อยู่: SOUTH BORDER
ติดต่อ:

Re: เขาพระวิหาร โดย พลโท กนก เนตระคะเวสนะ

โพสต์โดย 3111 » 12 พ.ย. 2013, 07:05

ขอบคุณมากครับ ple ที่ได้กรุณานำสาระสำคัญทั้งหมดเกี่ยวกับกรณีปราสาทพระวิหารที่ศาลโลกได้ตัดสิน รวมทั้งถ้อยแถลงของบุคคลสำคัญของข้อพิพาทนี้และถ้อยแถลงของนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ มาเสนอให้พวกเราได้รับทราบ

ก่อนการวิเคราะห์วิจารณ์ ผมขออนุญาตนำความท้ายบทความสุดท้ายของตาโป๋เป่าปี่ ซึ่งผมได้นำมาลงให้ท่านๆได้อ่านกัน ดังนี้

" ศาลโลกน่าจะออกไปในทางที่ทั้งสองฝ่ายเคยทำข้อตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้ ในเรื่องการสำรวจปักปันเขตแดนระหว่างกัน เพราะมีการตั้ง คณะกรรมการร่วมสองฝ่ายเพื่อการนี้ไว้แล้ว ก็ขอให้ไปจัดการกันเองให้เรียบร้อยก็แล้วกัน

แต่ไม่ว่าศาลโลกจะมีคำพิพากษาตัดสินออกมาอย่างไรก็ตาม ความสงบสุขที่ชายแดนระหว่างไทยกับเขมรย่อมเกิดขึ้นได้ยาก ตราบเท่าที่ยังมีรัฐบาลชุดนี้ยังคงอยู่ เพราะมันมีผลประโยชน์ร่วมกันอยู่ด้านทรัพยากรธรรมชาติ "


แต่ผมกลับคิดต่างจากตาโป๋เป่าปี่ครับ ผมสันนิษเคราะห์เองว่า "หากรัฐบาลนี้ยังคงบริหารอยู่ต่อไป ความสงบสุขของประชาชนทั้งสองประเทศจะยังคงอยู่ เพราะความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศภายใต้รัฐบาลปัจจุบันนี้จะยังแนบแน่นกันดีท่ามกลางผลประโยชน์ที่ได้จัดสรรกันเอาไว้หมดแล้ว" หากผิดจากรัฐบาลนี้ซิครับ ไม่แน่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น การจัดสรรพื้นที่รอบปราสาทพระวิหารให้เป็นไปตามคำตัดสินของศาลโลกจะกระทำในรูปแบบของคณะกรรมการทวิภาคีหรือ กระบวนการ JC ซึ่งได้มีการเตรียมการเอาไว้แล้ว

สำหรับพื้นที่ภูมะเขือที่นายกยิ่งลักษณ์บอกว่าไทยไม่เสียพื้นที่นี้ ไทยก็จะได้จัดการบริหารพื้นที่ในส่วนนี้ แต่พื้นที่เจ้าปัญหาน่าจะอยู่ที่ วัดแก้วสิกขาคีรีสวาระซึ่งเขมรขนทั้งประชาชนและทหารเข้าไปยึดพื้นที่เอาไว้แล้ว การคาดการณ์ของผมคือรัฐบาลนี้จะยอมให้พื้นที่ส่วนนี้แก่เขมร แล้วไปเอาพื้นที่ในส่วนอื่นๆแทน อะไรประมาณนี้แหละมั๊งครับ นั่นก็จะไปเข้าทางที่ตาโป๋เป่าปี่ได้วิเคราะห์เอาไว้ เพราะประชาชนคนไทยรักชาติที่มีความเป็นไทยสูงจะไม่ยอม นั่นแหละครับที่ความรุนแรงตามแนวชายแดนไทยเขมรจะเกิดขึ้นในที่สุด

wisnu 01
แอดมิน
แอดมิน
โพสต์: 2327
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 มิ.ย. 2011, 07:06
ติดต่อ:

Re: เขาพระวิหาร โดย พลโท กนก เนตระคะเวสนะ

โพสต์โดย wisnu 01 » 12 พ.ย. 2013, 07:54

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ


เป็นอันว่าการตัดสินของศาลโลกเรื่องเขาพระวิหารก็สิ้นสุดลงแล้ว
เท่าที่สังเกตุดูทางศาลโลกเน้นในเรื่องนี้ไปในทางให้เขาพระวิหาร
เป็นมรดกโลกซะมากกว่า โดยให้ทั้งเขมรและไทยต่างช่วยกันทำนุบำรุง
อนุรักษ์เขาพระวิหารให้สมกับเป็นมรดกโลก ศาลจะกล่าวเน้นพื้นที่บริเวณ
ใกล้เคียงปราสาท ตามคำพิพากษาเดิมเมื่อปี 2505 โดยศาลอธิบายว่า เป็นพื้นที่
ขนาดเล็กมาก นั่นก็หมายถึงบริเวณพื้นที่ทางขึ้นเขาพระวิหารนั่นเอง โดยให้เขมร
มาตกลงกับไทยเอาเองว่าจะตกลงกันอย่างไร เหมือนกับเวลาเราไปซื้อที่ดินตาบอด
หาทางออกไม่ได้ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องติดต่อกับพื้นที่ใกล้เคียงเพื่อหาทางออกจากพื้นที่
แห่งนั้น เช่นเดียวกับเขาพระวิหาร หากไม่มีทางขึ้นจากไทยก็จะเป็นมรดกโลกที่ไม่สมบูรณ์
ดังนั้นไทยก็คงจะต้องเสียสละบางส่วนรอบเขาพระวิหาร ซึ่งทางการคงจะต้องมาตกลงกันอีก
ว่าจะแบ่งให้อย่างไรกันบ้าง ดังนั้นการที่ศาลโลกพิพากษาในครั้งนี้ถือได้ว่า ประเทศไทยไม่ได้
เสียดินแดนแต่อย่างไร เขาไม่ได้ใช้ แผนที่มาตราส่วน 1:200,000 ที่เขมรมาอ้าง ดังนั้นเกาะกงก็
ยังคงเป็นของเราเหมือนเดิม ผลที่ได้จากการพิพากษาของศาลโลกในครั้งนี้ จะทำให้ประชาชนใน
เขตชายแดนนอนหลับไม่ต้องคอยวิ่งกระสุนอีกต่อไป เมื่อประชาชนสบายใจ ในหลวงท่านก็สบายพระทัยไปด้วย

3111
แอดมิน
แอดมิน
โพสต์: 4056
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ม.ค. 1970, 07:00
ที่อยู่: SOUTH BORDER
ติดต่อ:

Re: เขาพระวิหาร โดย พลโท กนก เนตระคะเวสนะ

โพสต์โดย 3111 » 12 พ.ย. 2013, 15:35

ท่านๆครับ ห้วงระยะนี้ผมค่อนข้างจะอยู่ท่ามกลางคนไทยหัวใจรักชาติเสียเป็นส่วนใหญ่ ความเห็นต่างๆอาจจะมีความเป็นไทยค่อนข้างสูงครับ

wisnu 01
แอดมิน
แอดมิน
โพสต์: 2327
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 มิ.ย. 2011, 07:06
ติดต่อ:

Re: เขาพระวิหาร โดย พลโท กนก เนตระคะเวสนะ

โพสต์โดย wisnu 01 » 13 พ.ย. 2013, 15:38

3111 เขียน:ท่านๆครับ ห้วงระยะนี้ผมค่อนข้างจะอยู่ท่ามกลางคนไทยหัวใจรักชาติเสียเป็นส่วนใหญ่ ความเห็นต่างๆอาจจะมีความเป็นไทยค่อนข้างสูงครับ


ก็แน่นอนครับพวกเราเป็นคนไทยก็รักชาติไทยเป็นธรรมดา
ตอนแรกกระผมก็เข้าใจว่า เขาคงเอาไปเฉพาะบริเวณทางขึ้น
ที่ไหนได้ พอมาฟังคุณปานเทพ จาก ASTV เขาเอาไปเยอะดีเดียว
จำไม่ได้ว่าเปิดช่องไหนที่นักวิชาการบอกว่าเสียแค่ 50 ไร่ เองที่ไหนได้...


ปูบอกไม่หมด 1 โดยปานเทพ วงศ์พัวพันธ์>>คลิก


ปูบอกไม่หมด 2>>คลิก

3111
แอดมิน
แอดมิน
โพสต์: 4056
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ม.ค. 1970, 07:00
ที่อยู่: SOUTH BORDER
ติดต่อ:

Re: เขาพระวิหาร โดย พลโท กนก เนตระคะเวสนะ

โพสต์โดย 3111 » 13 พ.ย. 2013, 20:34

ผมขอนำคำแถลงของท่านทูตวีระชัยที่มีต่อรัฐสภาไทยในวันนี้ 13 พ.ย.56 ผมได้นำเนื้อหาทั้งหมดจากผู้จัดการออนไลน์ อ่านเข้าใจยากพอสมควร มีคลิปแถมมาให้ด้วยครับ

คำต่อคำ ?ทูตวีรชัย? รับกลางสภา ไทยเสียดินแดนเกินเส้นมติ ครม.ปี 05

?ทูตวีรชัย?แจงที่ประชุมรัฐสภา คำพิพากษาศาลโลกตีความคดีปราสาทพระวิหาร ยอมรับดินแดนทั้งหมดของยอดเขาพระวิหาร ตามนิยามในย่อหน้า 98 เป็นของกัมพูชา เท่ากับไทยเสียดินแดนเลยเส้นมติ ครม.ปี 2505 ที่ให้ล้อมรั้วรอบปราสาท เลยไปถึงทางขึ้นเขาพระวิหารจากฝั่งกัมพูชา แต่ไม่รวมถึงภูมะเขือ

วันนี้ (13 พ.ย.) นายวีรชัย พลาศรัย เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ในฐานะหัวหน้าทีมกฎหมายฝ่ายไทยในคดีการตีความคำพิพากษากรณีปราสาทพระวิหารปี 2505 ได้ชี้แจงต่อที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา ถึงคำพิพากษาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือ ศาลโลก ที่มีการอ่านเมื่อวันที่ 11 พ.ย.ที่ผ่านมา

?กราบเรียนท่านประธาน กระผมนายวีรชัย พลาศรัย เอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮก และเป็นตัวแทนของรัฐบาลไทยในการสู้คดีตีความปราสาทพระวิหาร ขออนุญาตเรียนรายงานสรุปสาระของคำพิพากษาวันที่ 11 พฤศจิกายน ของศาลโลกในคดีนี้ จะรายงานเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกจะสั้น ส่วนสองจะยาวหน่อย ส่วนแรกจะเป็นเรื่องข้อบทปฏิบัติการ คือส่วนของคำพิพากษาที่ผูกพันคู่กรณี มี 2 ข้อ

ข้อ 1 ศาลลงความเห็นเป็นเอกฉันท์ว่า ศาลมีอำนาจตามข้อ 60 ของธรรมนูญศาล เพื่อพิจารณาคำขอตีความตีความคำพิพากษา ปี ค.ศ.1962 ของกัมพูชา และคำขอนี้รับฟังได้

ประการที่ 2 ชี้ขาดเป็นเอกฉันท์ โดยอาศัยการตีความคำพิพากษาเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน ค.ศ.1962 ว่าศาล ในคำพิพากษาดังกล่าวได้ตัดสินว่ากัมพูชามีอธิปไตยเหนือดินแดนทั้งหมดของยอดเขาพระวิหาร ดังที่นิยามไว้ในวรรค 98 ของคำพิพากษานี้ และโดยเหตุนี้ ประเทศไทยมีพันธกรณีต้องถอนกำลังทหาร หรือตำรวจ หรือผู้เฝ้ารักษา หรือผู้ดูแลของไทย ซึ่งส่งไปประจำอยู่ ณ ที่นั่น

สำหรับคำว่า ยอดเขา ขอกราบเรียนว่าเป็นคำแปลชั่วคราว มาจากภาษาอังกฤษว่า Promontory ภาษาฝรั่งเศสว่า Pointe การที่เราแปลชั่วคราวว่ายอดเขา เพราะขณะนี้ยังหาคำที่คิดว่าเหมาะสมที่สุดไม่ได้ ผู้เชี่ยวชาญบางท่านใช้คำว่า ชะง่อนผา ในชั้นนี้ทางคณะสู้คดีก็จะรับไปพิจารณา และในคำแปลสุดท้ายอาจจะใช้เป็นอย่างใดอย่างหนึ่ง วันนี้ต้องกราบขออภัย ขออนุญาตใช้คำว่ายอดเขาไปชั่วคราวก่อน

มีข้อสังเกตด้วยว่า ในคำแถลงของผู้พิพากษาโอวาดะ (ญี่ปุ่น) เดนฮูนา (โมร็อกโก) และกาจา (อินเดีย) บอกว่าวรรคที่ 98 การที่กล่าวถึงวรรค 98 ไว้ตรงนี้ แปลว่าวรรค 98 ของคำพิพากษาเป็นส่วนหนึ่งของส่วนที่ตัดสิน ซึ่งผูกพันคู่กรณีด้วย

ถัดไป กระผมจะรายงานในส่วนของคำพิพาษาที่เป็นเหตุผล ก็จะมีทั้งหมด 8 ประเด็น

ประเด็นที่ 1 วันที่ข้อพิพาทปรากฏชัด ศาลเห็นว่าข้อพิพาทปรากฏชัดในช่วงปี 2550-2551 อันนี้ก็เป็นการฟังการต่อสู้ของเรา

ประเด็นที่ 2 อำนาจศาลแบ่งเป็น 2 ส่วน

ส่วนที่ 1 ประเด็นว่า มีข้อพิพาทระหว่างคู่กรณีหรือไม่ เกี่ยวกับความหมายและขอบเขตของคำพิพากษา ศาลเห็นว่ามีข้อพิพาท ในชั้นนี้ศาลชี้แจงด้วยว่า ตัวบทภาษาฝรั่งเศสของข้อ 60 ธรรมนูญ แปลคำใช้คำ dispute ภาษาอังกฤษ ว่า Contestation ซึ่งทำให้คำว่า ข้อพิพาท หรือ dispute ในข้อ 60 นี้ มีความหมายกว้างกว่าคำเดียวกัน ในข้อ 36 วรรค 2 ของศาลโลก ที่ว่าด้วยอำนาจศาลในกรณีปกติ ดังนั้น จะต้องตีความกว้างกว่าคำว่า Dispute ในข้อ 36 วรรค 2 ดังนั้น ศาลก็ตัดสินว่า ในกรณีนี้มีข้อพิพาท หรือ Dispute หรือ Contestation ในภาษาฝรั่งเศส ระหว่างคู่กรณี ว่าด้วยความหมายและขอบเขตของคำพิพากษา ปี 2505 อันนี้ศาลฟังฝ่ายกัมพูชา แต่เหตุผลที่ศาลใช้ ไม่ใช่เหตุผลของกัมพูชา เป็นเหตุผลของศาลเอง

ประเด็นที่ 2 ในเรื่องอำนาจศาล ข้อพิพาทที่ว่านี้ อยู่ในประเด็นใดบ้าง ศาลเห็นว่ามีข้อพิพาทใน 3 ประเด็น คือ
1. ในคำพิพากษา ค.ศ.1962 ศาลได้ตัดสินโดยมีผลผูกพันหรือไม่ ว่าเส้นบนแผนที่ 1:200,000 เป็นเขตแดนระหว่างคู่กรณีในบริเวณปราสาท
2. ประเด็นความหมายและขอบเขตของข้อความว่า "บริเวณใกล้เคียงบนดินแดนของกัมพูชา"
3. ประเด็นลักษณะของพันธกรณีของไทยที่จะถอนกำลังตามวรรค 2 ของข้อบทปฏิบัติการของคำพิพากษา ปี ค.ศ.1962

ประเด็นที่ 3 ประเด็นที่ศาลวินิจฉัยก็คือว่า คำขอของกัมพูชารับฟังได้หรือไม่ ศาลเห็นว่า คำขอของกัมพูชารับฟังได้ เพราะคู่กรณีมีความเห็นต่างกันในเรื่องความหมายและขอบเขตของคำพิพากษา ปี ค.ศ.1962 จึงมีความจำเป็นต้องตีความวรรค 2 ของข้อบทปฏิบัติการของคำพิพากษาดังกล่าว รวมทั้งผลทางกฎหมายของสิ่งที่ศาลกล่าว เกี่ยวกับเส้นบนแผนที่ 1:200,000

ประเด็นที่ 4 ในส่วนเหตุผล คือความสัมพันธ์ระหว่างคำพิพาษาปี 1962 ในส่วนที่เป็นเหตุผล กับในส่วนที่เป็นข้อบทปฏิบัติการ

ศาลยืนยันหลักการตามแนวคำพิพากษาของศาลที่มีอยู่ว่า จะตีความในส่วนที่เป็นเหตุผลได้ ก็ต่อเมื่อส่วนนั้นแยกไม่ได้จากส่วนข้อบทปฏิบัติการ แต่ศาลมิได้ชี้ขาดในประเด็นนี้ เพียงแต่ระบุว่า ศาลจะพิจารณาส่วนที่เป็นเหตุผลของคำพิพากษา ปี ค.ศ.1962 เท่าที่ให้ความกระจ่าง เกี่ยวกับการตีความที่ควรจะเป็นของส่วนข้อบทปฏิบัติการ

ประเด็นที่ 5 วิธีการทั่วไปของการตีความ

1. ในการตีความศาลจะต้องเคารพและอยู่ในขอบเขตของสิ่งที่ได้รับการตัดสินในคำพิพากษาที่ตีความ ก็คือจะต้องเคารพสิ่งที่ได้รับการตัดสิน ขอบเขตของสิ่งที่ได้รับการตัดสินในคำพิพากษา ปี ค.ศ.1962 ซึ่งภาษากฎหมายเป็นภาษาลาตินว่า Res judicata ศาลจะต้องเคารพอันนั้นเวลาตีความ

2. ศาลไม่จำเป็นต้องจำกัดตัวเองอยู่ในข้อต่อสู้ของคู่กรณี ศาลอาจจะหาเหตุผลมาแทนได้

3. คำให้การเป็นลายลักษณ์อักษรและด้วยวาจาของคู่กรณีในคดีเดิม จำต้องมาพิจารณาในการตีความ เพราะทำให้เห็นว่า คู่กรณีได้เสนอพยานหลักฐานใดต่อศาล และได้ตั้งประเด็นใดต่อศาล อย่างไร

4. ในการตีความ ศาลมีดุลพินิจจำกัดอยู่ภายใต้ขอบเขตของคำขอของคู่กรณีในคดีเดิม ตามที่ศาลเข้าใจ คำขอของคู่กรณีในคดีเดิม ตามที่ศาลในคดีเดิมเข้าใจ ซึ่งเป็นภาษากฎหมาย เป็นภาษาลาตินว่า par?t?-?m และศาลมิอาจวินิจฉัยขอบเขตนี้ใหม่ได้ ศาลในวันนี้จะวินิจฉัยขอบเขตนี้ใหม่ไม่ได้ ทั้งนี้ ทั้งหมดนี้เป็นผลมาจากหลักกฎหมายว่าด้วย Non ultra petita คือศาลไม่อาจจะให้เกินกว่าที่ผู้ร้องขอได้

5. คำสรุปย่อต้นคำพิพากษา หรือภาษาอังกฤษเรียกว่า Head note ซึ่งฉบับนี้ก็มี ในหน้าแรกๆ ท่านจะเห็นเป็นตัวเอียง เป็นคำสรุปย่อข้างหน้า ศาลบอกว่า ไม่อาจนำมาร่วมในการพิจารณาตีความได้

6. ข้อเท็จจริงที่เกิดหลังคำพิพากษาและพฤติกรรมของคู่กรณีหลังคำพิพากษา ปี 1962 ไม่อาจนำมาพิจารณาในการตีความคำพิพากษาดังกล่าว

นี่เป็น 6 ประเด็นถึงวิธีการทั่วไปของการตีความที่ศาลได้กำหนด

ประเด็นที่ 6 เป็นประเด็นสำคัญที่สุด คือประเด็นที่ศาลตีความ

1. ศาลตีความว่า คำพิพากษาปี ค.ศ.1962 มีองค์ประกอบหลัก 3 ประการ

- ศาลในปี 2505 มิได้ชี้ขาดเรื่องเขตแดน ข้อนี้ศาลรับฟังข้อต่อสู้ของเรา

- แผนที่ 1:200,000 มีบทบาทหลักในการให้เหตุผลของศาล ข้อนี้ศาลฟังกัมพูชา อย่างไรก็ดี บทบาทหลักนั้น จำกัดเฉพาะในบริเวณพิพาทในคดีเดิมเท่านั้น อันนี้น่าจะเป็นเพราะว่าศาลรับฟังข้อต่อสู้ของเราว่า คดีนี้ต้องจำกัด

- อาณาบริเวณปราสาท หรือภาษาอังกฤษว่า Legends of the temple หรือภาษาฝรั่งเศส Legends du temps มีพื้นที่จำกัดมาก และศาลในปี 2505 ได้วินิจฉัยชี้ขาดในเรื่องแผนที่ 1:200,000 เฉพาะในบริเวณพิพาท ซึ่งใช้คำกว่า Disputed Area หรือภาษาฝรั่งเศสว่า contest?e ในคดีเดิม อันนี้เป็นประการสำคัญ ศาลได้วินิจฉัยชี้ขาดว่า ศาลในปี 2505 ได้วินิจฉัยชี้ขาดเรื่องแผนที่ 1:200,000 เฉพาะในบริเวณพิพาทเท่านั้น บริเวณพิพาทในคดีเดิม แม้ว่าเส้นเขตแดนบนแผนที่ดังกล่าวจะยาวกว่า 100 กิโลเมตร ก็ตาม

2. ศาลได้ตีความในเรื่องความหมายของส่วนข้อบทปฏิบัติการของคำพิพากษาปี 2505

ศาลเริ่มต้นด้วยการบอกว่า ข้อบทปฏิบัติการทั้ง 3 วรรค ในปี พ.ศ.2505 ต้องพิจารณารวมกันทั้งหมด จากนั้นศาลก็ตีความวรรคที่ 1 ว่า ความหมายของวรรคที่ 1 มีความชัดเจน เพราะชี้ขาดตามคำเรียกร้องหลักของกัมพูชาในคดีเดิมว่า ปราสาทอยู่บนดินแดนภายใต้อธิปไตยของกัมพูชา จากนั้น ศาลได้ตีความวรรคที่ 2 บอกว่า วรรคที่ 2 นั้น ระบุดินแดนกัมพูชาที่ไทยต้องถอนกำลังออก โดยอ้างอิงถึงบุคลากรของไทยที่ได้ส่งไปประจำอยู่ จึงต้องดูหลักฐานในคดีเดิมว่ากำลังของไทยตั้งอยู่ที่ใด ซึ่งคำให้การของนายเฟดเดอริก แอกเคอร์มาน ได้ระบุชัดเจนถึงที่ตั้งของกองกำลังตำรวจตระเวนชายแดนไทย อันนี้เป็นคำให้การในคดีเดิม ปี 2504 ด้วยเหตุนี้ ศาลในวันนี้จึงเห็นว่า อย่างน้อยบริเวณใกล้เคียงปราสาท จะต้องรวมที่ตั้งของตำรวจตระเวนชายแดนไทย ตามคำให้การดังกล่าว ซึ่งที่ตั้งนั้นอยู่ทางทิศเหนือของเส้นมติคณะรัฐมนตรี พ.ศ.2505 ของไทย ซึ่งมากำหนดในภายหลังคดี แต่อยู่ใต้เส้นเขตแดนบนแผนที่ 1:200,000 อันนี้เป็นคำให้การของฝ่ายไทยในสมัยนั้น ดังนั้น เส้นมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวจึงไม่อาจจะเป็นขอบเขตของบริเวณใกล้เคียงปราสาท ตามความหมายของวรรคที่ 2 ได้ คำให้การของไทยไม่ได้ให้การเกี่ยวกับเส้นมติคณะรัฐมนตรี เพราะเส้นมติคณะรัฐมนตรีเกิดทีหลังคำพิพากษา เป็นคำให้การก่อนคำพิพากษาว่า ที่ตั้งของตำรวจตระเวนชายแดนไทยนั้น อยู่เหนือสันปันน้ำที่กัมพูชาอ้างในคดีเดิม ซึ่งเมื่อศาลมาดูแล้ว ก็พบว่า เท่ากับอยู่เหนือเส้นมติคณะรัฐมนตรีซึ่งลากภายหลัง

ด้วยหลักฐาน 2 ชิ้นนี้ ศาลจึงตัดสินในวันนี้ ตัดสินตีความว่า เส้นมติคณะรัฐมนตรีไทยไม่อาจเป็นขอบเขตของบริเวณใกล้เคียงปราสาท ตามความหมายของวรรคที่ 2 ในความหมายของศาล ในปี 2505 ได้

ศาลตีความด้วยว่า ศาลในปี 2505 อธิบายพื้นที่รอบปราสาท โดยใช้ลักษณะทางภูมิศาสตร์ พื้นที่รอบปราสาทนี้ ในคำตัดสินวันนี้เรียกว่า Area around the temple ซึ่งเป็นคำที่ไม่มีที่มาเดิม เป็นคำที่ศาลได้กำหนดขึ้นในวันนี้ แต่สิ่งสำคัญคือ ศาลในวันนี้บอกว่า ศาลในปี 2505 ใช้ลักษณะทางภูมิศาสตร์ สัณฐานทางภูมิศาสตร์ เป็นหลัก

จากนั้น ศาลในวันนี้ก็ตีความว่า พื้นที่พิพาทในคดีเดิม แคบและจำกัดอย่างชัดเจน ด้วยลักษณะทางภูมิศาสตร์ ด้วยสัณฐานทางภูมิศาสตร์ ในทางทิศตะวันออก ทิศใต้ ทิศตะวันตก และทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ทั้งหมดนี้ใช้สัณฐานทางภูมิศาสตร์ ส่วนทางเหนือนั้น จำกัดโดยขอบเขตของดินแดนกัมพูชา ตามที่ศาลชี้ขาดในส่วนเหตุผลของคำพิพากษา 2505

บริเวณใกล้เคียงปราสาท ศาลตีความว่า จำกัดอยู่เฉพาะยอดเขาพระวิหาร ตรงนี้ คือคำว่า Promontory (ขออนุญาตใช้ยอดเขาชั่วคราวไปก่อน) ศาลตีความเช่นนี้ด้วยเหตุผลว่า 1. พื้นที่บริเวณใกล้เคียงปราสาท ไม่รวมภูมะเขือ เพราะภูมะเขือกับยอดเขาพระวิหารเป็นพื้นที่ภูมิศาสตร์ที่แยกจากกัน ผู้ว่าราชการจังหวัดพระวิหารของกัมพูชา ในปี 2505 ในคดีเก่า ก็ระบุว่า ภูมะเขืออยู่คนละจังหวัดกับยอดเขาพระวิหาร ทนายความของกัมพูชาท่านหนึ่งก็กล่าวว่า ภูมะเขือ ไม่ใช่บริเวณสำคัญสำหรับการพิจารณาของศาล

นอกจากนี้ ไม่มีพยานหลักฐานใดในคดีเดิมที่ชี้ว่า มีกำลังทหาร หรือตำรวจของไทย อยู่ที่ภูมะเขือในสมัยนั้น ดังนั้น ศาลจึงสรุปว่า ภูมะเขือไม่รวมอยู่ในพื้นที่บริเวณใกล้เคียงปราสาท ในความหมายของคดีเดิม

นอกจากนี้ ศาลยังให้เหตุผลว่า เหตุที่เลือกพื้นที่ใกล้เคียงที่ตีความในวันนี้ เป็นอย่างนี้ เพราะว่าการตีความของกัมพูชาในปัจจุบัน ที่อ้างพื้นที่ที่อยู่ระหว่างเส้นแผนที่ 1:200,000 ตามที่เขาถ่ายทอด กับสันปันน้ำตามที่ไทยเสนอ ในปัจจุบัน แต่ว่าศาลในคดีเดิมระบุไว้ชัดว่า ไม่สนใจที่จะรู้ว่าสันปันน้ำอยู่ที่ไหน ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่ศาลในคดีเดิมจะนึกถึงสันปันน้ำ เมื่อใช้คำว่าบริเวณใกล้เคียง

ศาลในวันนี้จึงสรุปว่า ศาลในคดีเดิมเข้าใจคำว่าบริเวณใกล้เคียงบนดินแดนของกัมพูชาว่า จำกัดอยู่เพียงยอดเขาพระวิหาร และพื้นที่ดังกล่าวจะต้องเล็ก และเห็นได้ชัด อันนี้ก็ถือว่าศาลฟังข้อต่อสู้ของเรา

ศาลย้ำถึง 3 แห่งเป็นอย่างน้อย ว่า จะต้องเล็ก แคบ และจำกัด บริเวณใกล้เคียง

ศาลในปัจจุบันจึงชี้ขาดว่า ไทยต้องถอนบุคลากรทั้งหมดออกจากดินแดนทั้งหมดของยอดเขาพระวิหาร ซึ่งอธิบายขอบเขตไว้ในวรรคที่ 98 แต่ศาลไม่ได้แนบแผนที่ประกอบ จึงไม่มีเส้นให้เราเห็น

ศาลรับทราบข้อต่อสู้ของไทยว่าเป็นการยากที่จะถ่ายทอดเส้นบนแผนที่ 1:200,000 ลงบนพื้นที่จริง แต่ประเด็นนี้ ศาลในคดีเดิมมิได้พิจารณา จึงอยู่นอกอำนาจศาลในปัจจุบัน อย่างไรก็ดี คู่กรณีจะต้องปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลในปัจจุบันโดยสุจริต

คำว่า "สุจริต" มาจาก Good faith ในภาษาอังกฤษ Bon poil ภาษาฝรั่งเศส ซึ่งมีความหมายเฉพาะในกฎหมายระหว่างประเทศ ไม่ได้มีความหมายเหมือนกับคำว่าสุจริตทั่วๆ ไปในภาษาไทย และการถ่ายทอดเส้นบนแผนที่ 1:200,000 ลงบนพื้นที่จริงนี้ ไม่อาจดำเนินการฝ่ายเดียวได้ อันนี้คือการตีความวรรค 2 เป็นประเด็นสำคัญที่สุด

ศาลยังตีความอีกประเด็นหนึ่ง ประเด็นความเชื่อมโยงระหว่างวรรคที่ 2 กับส่วนที่เหลือของข้อบทปฏิบัติการ ศาลตีความว่า ดินแดนผืนเล็กๆ ที่เป็นบริเวณใกล้เคียงในวรรคที่ 2 ของส่วนข้อบทปฏิบัติการปี 2505 มีขนาดเท่ากับ อาณาบริเวณ หรือ Temple area ในวรรคที่ 3 และมีขนาดเท่ากับดินแดน หรือ territory หรือ territoire ในวรรคที่ 1 ของข้อบทปฏิบัติการ ซึ่งทั้งหมดนี้มีขนาดเท่ากับยอดเขาพระวิหาร ที่ศาลได้อธิบายไว้ในวรรคที่ 98 ของคำพิพากษาฉบับปัจจุบัน

ประเด็นที่ 7 ในส่วนเหตุผล เป็นประเด็นที่ศาลเห็นว่าไม่มีความจำเป็นต้องวินิจฉัย มี 2 ประเด็น

1. ประเด็นว่าศาลในคดีเดิมได้กำหนดเส้นเขตแดนระหว่างไทยกับกัมพูชา โดยมีผลผูกพันหรือไม่

2. พันธกรณีการถอนกำลังของไทย เป็นพันธกรณีต่อเนื่องตามความหมายของคำขอของกัมพูชาหรือไม่

สองประเด็นนี้ศาลไม่เห็นว่ามีความจำเป็นต้องวินิจฉัย

ประเด็นที่ 8 ประเด็นที่ศาลระบุเพิ่มเติม ศาลระบุว่าไทยและกัมพูชาต้องร่วมมือกัน และร่วมมือกับประชาคมระหว่างประเทศ เพื่อปกป้องปราสาท ในฐานะที่เป็นมรดกโลก และจำเป็นต้องให้มีทางเข้าถึงปราสาทจากที่ราบในฝั่งกัมพูชา กราบขอบพระคุณครับ

คำต่อคำ ?ทูตวีรชัย? รับกลางสภา ไทยเสียดินแดนเกินเส้นมติ ครม.ปี 05

http://manager.co.th/Politics/ViewNews. ... 0000141554

3142
มือเก๋า
มือเก๋า
โพสต์: 299
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ม.ค. 1970, 07:00
ติดต่อ:

Re: เขาพระวิหาร โดย พลโท กนก เนตระคะเวสนะ

โพสต์โดย 3142 » 15 พ.ย. 2013, 01:54

สภาร่วมฯ ถกยาว 'เขาพระวิหาร' 'ทูตวีรชัย' สอนมวย 'ศิริโชค'
ท่านฑูตใช้การตอบที่แหลมคม
สมเป็นนักการฑูต แค่ได้รับฟังการถ่ายทอด
ทำให้ทราบว่าเราเลือกผู้แทนของชาติในการ
นำทีมทนายเข้าต่อสู้ในเวทีโลกได้เหมาะสมมาก

http://youtu.be/lVAtdLZfpTI


ple
แอดมิน
แอดมิน
โพสต์: 13383
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 เม.ย. 2011, 08:18
ที่อยู่: 55/126 หมู่บ้านโกลเดนอเวนิว ซอยประชาสุขสรรค์3 ถนนติวานนท์ นนท์บุรี
ติดต่อ:

Re: เขาพระวิหาร โดย พลโท กนก เนตระคะเวสนะ

โพสต์โดย ple » 16 พ.ย. 2013, 06:58

คำตัดสินคดีพระวิหาร ?เล็ก แคบ จำกัด? แค่ไหน
จากคำตัดสินของศาลโลกเมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ ในคดีที่กัมพูชาขอให้ตีความคำตัดสินเมื่อวันที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๖ ศาลโลกได้มีมติเป็นเอกฉันท์ รวมผู้พิพากษาสมทบ (Judge ad hoc) ชาวฝรั่งเศสที่ไทยแต่งตั้งด้วย มีสาระคัญ ๒ เรื่อง คือ ส่วนแรกศาลคิดว่าศาลมีอำนาจในการตีความ และส่วนที่สอง ตีความว่า คำตัดสินเมื่อ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๐๕ ได้ตัดสินว่ากัมพูชามีอธิปไตยเหนือพื้นที่ทั้งหมดของชะง่อนผาหรือยอดเขา (promontory) พระวิหาร ดังกำหนดไว้ในวรรค ๙๘ ของคำตัดสินปัจจุบัน

คำตัดสินที่ ?เป็นคุณแก่ไทย? ตามที่นายวีรชัย พลาศรัย เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ในฐานะหัวหน้าทีมกฎหมายต่อสู้คดีปราสาทพระวิหาร ระบุว่า ?เล็ก แคบ จำกัด? นั้นกินพื้นที่แค่ไหน จำเป็นต้องไปดูการบรรยายขอบเขตที่วรรค ๙๘ ซึ่งระบุไว้ดังนี้


98. From the reasoning in the 1962 Judgment, seen in the light of the pleadings in the original proceedings, it appears that the limits of the promontory of Preah Vihear, to the south of the Annex I map line, consist of natural features. To the east, south and south-west, the promontory drops in a steep escarpment to the Cambodian plain. The Parties were in agreement in 1962 that this escarpment, and the land at its foot, were under Cambodian sovereignty in any event. To the west and north-west, the land drops in a slope, less steep than the escarpment but nonetheless pronounced, into the valley which separates Preah Vihear from the neighbouring hill of Phnom Trap, a valley which itself drops away in the south to the Cambodian plain (see paragraph 89 above). For the reasons already given (see paragraphs 92-97 above), the Court considers that Phnom Trap lay outside the disputed area and the 1962 Judgment did not address the question whether it was located in Thai or Cambodian territory. Accordingly, the Court considers that the promontory of Preah Vihear ends at the foot of the hill of Phnom Trap, that is to say: where the ground begins to rise from the valley.

In the north, the limit of the promontory is the Annex I map line, from a point to the north-east of the Temple where that line abuts the escarpment to a point in the north-west where the ground begins to rise from the valley, at the foot of the hill of Phnom Trap.

The Court considers that the second operative paragraph of the 1962 Judgment required Thailand to withdraw from the whole territory of the promontory, thus defined, to Thai territory any Thai personnel stationed on that promontory.


การบรรยายขอบเขตของชะง่อนผาพระวิหารตามวรรค ๙๘ แจกแจงได้ดังนี้

(๑) ทิศตะวันออก ทิศใต้ และทิศตะวันตกเฉียงใต้ ชะง่อนผาชันดิ่งจากขอบผาลงไปยังตีนเขาและพื้นราบของกัมพูชา (ซึ่งขอบผาที่ว่าก็คือเส้นสันปันน้ำที่เป็นเส้นเขตแดนอย่างที่ควรจะเป็น)

(๒) ทิศตะวันตกและตะวันตกเฉียงเหนือ พื้นดินลาดต่ำแต่ไม่สูงชันลงไปยังหุบเขา (พลาญอินทรีย์) ที่แยกพระวิหารออกจากภูมะเขือซึ่งเป็นเนินเขาใกล้เคียง หุบเขาที่ว่าลาดต่ำไปทางทิศใต้ลงไปยังพื้นราบของกัมพูชา ขอบเขตตามทิศนี้ศาลโลกชี้ว่าชะง่อนผาพระวิหารสิ้นสุดที่ตีนเขาของภูมะเขือ และเจาะจงว่าคือแนวที่พื้นดินเริ่มยกตัวสูงขึ้นจากหุบเขา(ฝั่งภูมะเขือ)

(๓) ทิศเหนือ ขอบเขตของชะง่อนผาคือเส้นในแผนที่ภาคผนวกหนึ่ง (Annex I map line) โดยบรรยายว่าเริ่มต้นจากจุดทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของตัวปราสาทคือจุดที่เส้นจรดกับที่ลาดชัน/หน้าผา (escarpment) ไล่แนวไปยังจุดในทิศตะวันตกเฉียงเหนือที่พื้นดินเริ่มยกตัวจากหุบเขา (พลาญอินทรีย์) ที่ตีนเขาภูมะเขือ

คำบรรยายขอบเขตชะง่อนผาหรือยอดเขาพระวิหาร ศาลโลกได้ใช้แผนที่ภาคผนวก ๑ และเส้นในแผนที่ภาคผนวก ๑ เป็นเส้นแบ่ง ส่วนที่เหลือใช้ลักษณะทางภูมิศาสตร์และระดับสูงต่ำของพื้นที่ ประเด็นที่ต้องพิจารณาหลักคือ เส้นในแผนที่ภาคผนวก ๑ อยู่ตรงไหนของภูมิศาสตร์จริงหรือในแผนที่ปัจจุบัน เป็นที่ทราบว่าแผนที่ดังกล่าวคือแผนที่ต่อท้ายคำฟ้องคดีปราสาทพระวิหารเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๒ มาตราส่วน ๑ ต่อ ๒๐๐,๐๐๐ ระวางดงรัก จัดทำขึ้นตั้งแต่ประมาณ พ.ศ.๒๔๕๐ (ค.ศ. ๑๙๐๗) ที่มีความคลาดเคลื่อนทางภูมิศาสตร์อย่างมาก และไม่สามารถมาวางทาบในแผนที่ปัจจุบันได้ การกำหนดพิกัดให้ใกล้เคียงเป็นเรื่องยาก ภายหลังกัมพูชาได้มีการนำแผนที่ภาคผนวก ๑ มาขยาย เช่น Map sheet 3 attached to annex 49 (มาตราส่วน ๑ ต่อ ๕๐,๐๐๐) หรือในรูปแบบอื่นที่อ้างว่าเป็นส่วนขยายของแผนนี้ เช่น ที่ยื่นต่อคณะกรรมการมรดกโลกและเอกสารตอบโต้คำชี้แจงของฝ่ายไทยที่ส่งไปยังศาลโลก เป็นต้น ไทยก็ได้มีการจัดทำแผนที่ลักษณะคล้ายกัน คือ แผนที่เขาพระวิหาร มาตราส่วน ๑ ต่อ ๑๕,๐๐๐ (ปรากฎในเอกสารที่กัมพูชายื่นขอจดทะเบียนปราสาทพระวิหาร)

จากแผนที่ส่วนขยายของแผนที่ภาคผนวก ๑ เท่าที่รวบรวบได้ พอที่จะกำหนด ?เส้นในแผนที่ภาคผนวก ๑? ที่มีความเป็นไปได้ และขอบเขตของพื้นที่ ?เล็ก แคบ จำกัด? ของชะง่อนผาหรือยอดเขาพระวิหาร ได้ดังนี้


รูปภาพ
(ภาพถ่ายดาวเทียมแสดงขอบเขตชะง่อนผาพระวิหารตามการตีความของศาลโลกเมื่อ ๑๑ พ.ย. ๕๖)

รูปภาพ
(ภาพถ่ายดาวเทียมแสดงขอบเขตชะง่อนผาพระวิหารตามการตีความของศาลโลกเมื่อ ๑๑ พ.ย. ๕๖)

แผนที่ทั้งสองแสดงขอบเขตของชะง่อนผาหรือยอดเขาพระวิหารตามแต่จะเรียก ด้วยเส้นประสีแดงและสุดที่ขอบผาเขาพระวิหารเนื่องจากเป็นเขตของไทยแต่เดิมก่อนการตีความ โดยมีข้อสังเกตเพิ่มเติม

(๑) ศาลโลกให้นับรวมหุบเขาซึ่งคือส่วนที่เป็นพลาญอินทรีย์ เข้าเป็นส่วนเดียวกับชะง่อนผาเขาพระวิหาร (ดูคำอธิบายที่ส่วนแจกแจง ทิศตะวันตกและตะวันตกเฉียงเหนือ) บริเวณนี้เป็นจุดสำคัญทางยุทธศาสตร์ที่มีการปะทะเกิดขึ้นหลายครั้ง

(๒) จุดทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ (บริเวณผามออีแดง) ที่อธิบายจุดเริ่มของเส้นในแผนที่ภาคผนวก ๑ มีความเป็นไปได้ ๒ แนวทาง คือ จุดแดงที่อยู่เหนือศูนย์วัฒนธรรมขึ้นไปซึ่งเป็นบริเวณจุดบรรจบที่พบในแผนที่ต่าง ๆ กับ จุดสีเหลืองอยู่บริเวณขอบผาของศาลาจุดชมวิว ซึ่งสอดคล้องกับการบรรยายของศาลโลก

จากการคำนวนเบื้องต้นขอบเขตของชะง่อนผาพระวิหารมีพื้นที่ใกล้เคียง ๑/๒ ของพื้นที่ ๔.๖ ตร.กม. ที่เขมรรุกล้ำเข้ามา นอกจากนี้มีความชัดเจนว่าการบรรยายขอบเขตกินความไกลเกินกว่าคำว่าชะง่อนผา คือรวมเอา (๑) พื้นที่หุบเขาพลาญอินทรีย์ (๒) เนินที่ตั้งของสถูปคู่และธงชาติไทย เข้าไว้ด้วย ทั้งนี้ ไม่นับรวมว่าอาจมีการตีความกินพื้นที่ผามออีแดงที่มีรูปสลักนูนต่ำและอื่นๆ เข้าไปด้วย

หากจะจำกัดพื้นที่ของชะง่อนผาให้ตรงตามภูมิศาสตร์จริง เส้นแบ่งสำคัญทางทิศเหนือควรเป็นห้วยตานี และใช้ห้วยนี้เป็นแนวเริ่มจากทิศตะวันออกเฉียงเหนือไปยังทิศตะวันตกเฉียงเหนือสิ้นสุดที่หุบซึ่งอยู่ใต้สมบกคะมุม (ทิศเหนือของวัดแก้วฯ)

แม้ศาลโลกจะพยายามบอกว่าไม่ได้ตีความเขตแดน แต่การใช้เส้นในแผนที่ภาคผนวก ๑ กำหนดขอบเขตล่วงเลยไปไกลกว่าสภาพทางภูมิศาสตร์ หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะเอ่ยว่าศาลโลกให้ใช้เส้นนี้แบ่งเขตระหว่างไทย-กัมพูชา คือการชี้เขตแดนโดยนัย ส่วนที่ศาลขอให้ทั้งสองประเทศร่วมกันดูแลมรดกโลกนั้น เห็นว่าศาลโลกทะลึ่งพูดเลยเถิดไปไกลเกินกว่าคำขอของกัมพูชาและเกินขอบเขตหน้าที่ของตัวเอง
"คุณตาเปิ้ล"

3142
มือเก๋า
มือเก๋า
โพสต์: 299
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ม.ค. 1970, 07:00
ติดต่อ:

Re: เขาพระวิหาร โดย พลโท กนก เนตระคะเวสนะ

โพสต์โดย 3142 » 16 พ.ย. 2013, 19:19

ชมลีลาเล่นกีตาร์ของท่านทูต'วีรชัย' กับฝีมือที่ไม่ธรรมดา
ท่านทูต "คิงส์กีตาร์" TGF 2013 Amsterdam .
http://youtu.be/KnrTzm5T3WU


3142
มือเก๋า
มือเก๋า
โพสต์: 299
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ม.ค. 1970, 07:00
ติดต่อ:

Re: เขาพระวิหาร โดย พลโท กนก เนตระคะเวสนะ

โพสต์โดย 3142 » 16 พ.ย. 2013, 19:23

เกร็ดประวัติท่านทูต วีรชัย พลาศรัย
http://youtu.be/iWGK0CslPbE


kanok
Moderater
Moderater
โพสต์: 270
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 พ.ค. 2011, 11:05
ติดต่อ:

Re: เขาพระวิหาร โดย พลโท กนก เนตระคะเวสนะ

โพสต์โดย kanok » 25 พ.ย. 2013, 22:13

ได้อ่านข้อมูลคำตัดสินเรื่องเขาพระวิหารแล้วลองอ่านความเห็นของผมบ้างลักษณะของภูมะเขือกับเขาพระวิหารเป็นไหล่เขาชนกันที่มีความลาดน้อยเอาภาพถ่ายจากดาวเทียมมาตัดสินไม่ได้ต้องเดินกำหนดในภูมิประเทศจริงถึงจะถูกต้องแล้วผมจะทำภาพประกอบแผนที่มาให้ดู คำพิพากษาที่ออกมาอ่านให้ดีมีข้อสังเกตุหลายจุดที่ว่าศาลไม่ยุติธรรมเข้าข้างเขมรมรดกโลกเขมรเริ่มนำปราสาทพระวิหารไปยื่นขี้นทะเบียนปี๒๕๕๐แล้วมันไปเกี่ยวกับคำตัดสินปี๒๕๐๕อย่างไร, ปี๐๕ ศาลให้คู่กรณีขีดสันปันน้ำแต่ตอนนี้บอกดูภูมิประเทศ ก็ผู้พิพากษาปีนี้ไม่ได้เป็นผู้พิพากษาในปี๐๕ แล้วรู้ได้ไง ตัดสินวรรค๙๘ มีทั้งภูมิประเทศของเขาพระวิหารและแผนที่ภาคผนวก1 เขมรมีเรื่องกับไทยตั้งแต่ปี๕๑ ทำไมไม่ฟ้องศาลตั้งแต่ปีนั้น เพราะยังล๊อบบี้ศาลไม่ได้ครับ

kanok
Moderater
Moderater
โพสต์: 270
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 พ.ค. 2011, 11:05
ติดต่อ:

Re: เขาพระวิหาร โดย พลโท กนก เนตระคะเวสนะ

โพสต์โดย kanok » 26 พ.ย. 2013, 21:45

ต่อจากเมื่อวานนี้

kanok
Moderater
Moderater
โพสต์: 270
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 พ.ค. 2011, 11:05
ติดต่อ:

Re: เขาพระวิหาร โดย พลโท กนก เนตระคะเวสนะ

โพสต์โดย kanok » 28 ม.ค. 2014, 21:44

เรื่องการเมืองภายในประเทศที่วุ่นวายอยู่ทุกวันทำให้ทุกคนลืมเรื่องปราสาทพระวิหารไปเลยทั้งๆที่เป็นเรื่องของการเสียดินแดน ศาลโลกตัดสินตั้งแต่ ๑๑ พ.ย.๕๖จนบัดนี้ทุกท่านรู้ไหมว่าประเทศไทยเราได้ทำอะไรในเรื่องนี้มาบ้างมีการออกมาชี้แจงของกระทรวงการต่างประเทศโดยนายวีระชัย พลาศรัยเป็นหลัก ผมเจอมาแล้วที่คณะกรรมาธิการความมั่นคง เขาก็ชี้แจงเหมือนกับที่ชี้แจงโดยทั่วไป ผมจะถามเขาก็ไม่ให้ที่ปรึกษาถาม คนถามก็ไม่ค่อยรู้เรื่องลึกๆ พอออกจากห้องผมก็เดินเข้าไปหาและถามว่าท่านบอกว่าไม่เสียดินแดน๔.๖ตารางกิโลเมตรได้อย่างไรในข้อ๙๘ได้ระบุขอบเขตของปราสาทพระวิหารทั้ง๔ด้านไว้เรียบร้อยแล้ว คุณวีระชัยเขาก็บอกว่าผมอ่านข้อ๙๙แล้วหรือยัง ให้ไปอ่านมาก่อนแล้วมาคุยกันที่ไหนก็ได้เอาสื่อมาด้วย ผมก็เลยต้องไปอ่านข้อ๙๙ที่เนื้อหาสาระสำคัญคือการกำหนดขอบเขตตามข้อ๙๘นั้นให้สองประเทศทำร่วมกันจะทำโดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ได้ ผมจึงให้โทรทัศน์TPBSติดต่อประสานงานนัดหมายให้ก็ยังไม่ได้รับการประสานมาเลย มีข้อสังเกตุว่าตั้งแต่ศาลโลกตัดสินมากระทรวงการต่างปรระเทศได้แปลคำพิพากษาของศาลโลกออกมาให้คนไทยทราบหรือยังปลายเดือนพฤศจิกายนก็ถามได้รับคำตอบว่ากำลังดำเนินการ เพราะอะไร ถ้าคำแปลตรงกับนายกและคุณวีระชัยแถลงก็น่าจะออกมาได้ไม่เกิน๗วัน แล้วท่านไปดูคำสัมภาษณ์ของเขมรซิตรงกับของเราไหม ไม่ตรงกันนะครับ ผมไปชี้แจงออกทีวีแต่เป็นการบันทึกเทปและตัดต่อแต่บ้านเราวุ่นวายเรื่องการเมืองจึงไม่ค่อยมีใครสนใจ ขอความกรุณาอย่าลบข้อมูลที่มีอยู่นี้จะได้พิสูจน์อีกครั้งว่าใครโกหกคนไทยทั้งประเทศ ผมเปรียบเทียบยกตัวอย่างง่ายๆว่าไทยเขมรมีปัญหาเรื่องดินแดน๔.๖ตารางกิโลเมตรศาลโลกสั่งให็เป็นของเขมร๒ตารางกิโลเมตรแต่ให้ไปตกลงการกำหนดขอบเขตกัน ไทยให้ยอมรับคำตัดสินแล้วจะมาบอกว่าไม่เสียดินแดน๔.๖ได้อย่างไรในเมื่อ๒ก็อยู่ใน๔.๖ทำให้คนไทยหลายคนไม่เข้าใจ วันนี้ฟังคนที่อยู่ชายแดนแล้วยิ่งเศร้าใจมากขึ้นกว่าเดิมเพราะตั้งแต่ผมออกจากพื้นที่มาตั้งแต่พ.ค.๕๒แล้วมีหมู่บ้านเขมรเกิดขึ้นใหม่เข้ามาประชิดชายแดนที่อาจทำให้เสียดินแดนอีกหลายจุด หน่วยในพื้นที่ก็จะอ้างว่าเป็นนโยบายไม่ให้ทำอะไรที่จะกระทบความสัมพันธ์เขมรก็รุกด้วยคนอย่างเดียวไทยประท้วงก็หยุดสักพักก็เริ่มไหม่ นี่คือเรื่องจริงที่สามารถเข้าไปตรวจสอบได้ มันกลายเป็นมีผู้กระทำผิดกันหลายคนแล้วก็เลยไม่มีใครพูดใครทำเพราะถือว่าไม่ใช่สมบัติของตัวเอง มีเรื่องเปิดAECปี๕๘อีกจ้องจะหาแต่เงินไม่ได้ดูความพร้อมทางด้านอื่นเลย คนเขมรลาวพม่าเต็มไปหมดมีใครคิดถึงปัญหาในอนาคตไหม เพื่อนๆหลายคนมีความรู้ความสามารถเยอะช่วยกันนำข้อมูลข้อคิดเห็นมาช่วยรักษาประเทศไทยไว้ให้ลูกหลานกัน

3111
แอดมิน
แอดมิน
โพสต์: 4056
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ม.ค. 1970, 07:00
ที่อยู่: SOUTH BORDER
ติดต่อ:

Re: เขาพระวิหาร โดย พลโท กนก เนตระคะเวสนะ

โพสต์โดย 3111 » 31 ม.ค. 2014, 19:31

ท่านกนกและท่านๆครับ ถ้าเป็นรัฐบาลนี้ละก๊อเมินเสียเถอะ ยากมากๆยิ่งกว่าเข็นหินขึ้นเขาพระวิหาร เมื่อสัปดาห์ที่แล้วได้เปิดดูคลิปเก่าที่คนไทยหัวใจเป็นทาสไปร้องเพลงยกย่องเชิดชูสมเด็จฮุนเซ็นที่เขมร ดูแล้วก็เจ็บซ้ำน้ำใจมากที่สุด โดยมีทักษิณยืนทำหน้าแปลกๆอยู่ในวงนั้นด้วย ไอ้พวกเสียชาติเกิดพวกนี้อยู่รกแผ่นดินไทยวะ

เรื่องเขมรกับไทยและบูรณาภาพแห่งดินแดนของไทยนั้น รอให้มีรัฐบาลที่มีหัวใจเป็นไทยแท้เสียก่อนเถอะ แล้วผมจะรับอาสาจะนำเรียนกับรัฐบาลใหม่เอง เว้นไว้เสียแต่ว่ารัฐบาลใหม่ที่เราจะได้มายังมีหัวใจในการปฏิรูปประเทศแต่ปาก ไม่ดำเนินการตามที่ให้สัญญาประชาคมเอาไว้กับพี่น้องชาวไทยที่มีอยู่ทั่วโลก รออีกสักนิดหนึ่งครับ ถึงสายก็ยังดีกว่าไม่มาเลย จริงมั๊ยละท่านกนก

kanok
Moderater
Moderater
โพสต์: 270
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 พ.ค. 2011, 11:05
ติดต่อ:

Re: เขาพระวิหาร โดย พลโท กนก เนตระคะเวสนะ

โพสต์โดย kanok » 22 มิ.ย. 2014, 21:09

มาจนถึงเวลานี้แล้วมีใครเคยได้เห็นได้ยินคำแปลคำพิพากษาของศาลโลกเมื่อวันที่๑๑พ.ย.๕๖เป็นภาษาไทยบ้างเพราะอะไรกระทรวงการต่างประเทศจะไม่มีคนที่มีขีดความสามารถทำหรือ ผมเจอคุณวีระชัยในการมาชี้แจงที่กรรมาธิการทหารวุฒิสภาเมื่อเดือนพ.ย.๕๖หลังจากที่ศาลโลกตัดสินแล้ว เขาบอกว่าไม่เสียดินแดน๔.๖ต.ร.ก.ม.ผมอยู่ในฐานะที่ปรึกษากรรมาธิการเขาไม่ให้ถามให้ฟังอย่างเดียวกรรมาธิการก็ไม่ค่อยมีความรู้ลึกๆจึงถามตามข่าวเปิดที่ได้รับจากกระทรวงการต่างประเทศทำให้บางคนคิดว่าไม่เสียดินแดนคณะผู้แทนไทยเก่งพอออกนอกห้องผมก็เดินตามไปถามว่าคุณพูดว่าไม่เสียดินแดนอย่างไรในข้อ๙๘ระบุขอบเขตพื้นที่ของปราสาทพระวิหารชัดเจนมันเสียมากกว่าเดิม เขาก็ถามผมว่าอ่านข้อ๙๙แล้วหรือยังผมบอกว่ายังเขาก็บอกว่าให้ไปอ่านก่อนแล้วนัดเจอกันเอาสื่อมาด้วย ผมจึงต้องไปอ่านข้อ๙๙ก็สรุปได้ว่าการกำหนดเส้นตามข้อ๙๘นั้จะกำหนดโดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ได้ ผมจึงบอกให้สื่อติดต่อคุณวีระชัยตั้งแต่ต้น ธ.ค.เป็นต้นมาก็ไม่เจอซักที มีโอกาสได้ไปที่ส่วนความมั่นคงเมื่อวันที่๑๒-๑๓มิ.ย.ที่ผ่านมาเรื่องเขมรจะนำพื้นที่บริหารจัดการเสนอเข้าที่ประชุมunescoในระหว่างวันที่๑๕-๒๕มิ.ย.นี้ ครั้งแรกกระทรวงการต่างประเทศไม่ยอมรับว่ามีวาระนี้จึงต้องไปบอกวิธีการหาในอินเตอร์เนต ผบ.ทหารสูงสุดจึงสั่งให้กต.ไปทำแผนเผชิญเหตุมาให้ดูผมจึงเสนอให้ทำหนังสือคัดค้านการเสนอพื้นที่ของเขมรไปด้วยเนื่องจากเกี่ยวข้องกับพื้นที่ของไทยที่ยังไม่ได้ตกลงกันให้ชัดเจนและขอให้คสช.ได้สอบถามถึงคำแปลคำพิพากษาของศาลโลกจากกต.ด้วย พี่เฝง ตท.๑๐ที่ไปด้วยได้เสนอให้กต.สรุปเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับปราสาทพระวิหารว่ากต.ได้ทำอะไรไปบ้างให้ชัดเจนเพราะคนไทยยังไม่รู้เรื่องจริงๆที่เป็นหลักฐานที่กต.ทำและแกจะช่วยตรวจสอบ ดังนั้นคำแปลคำพิพากษาจะเป็นเครื่องยืนยันว่าสิ่งที่กต.และนายกยิ่งลักษณ์พูดนั้นจริงหรือไม่ ขอให้พวกเราช่วยกันติดตาม เรื่องปราสาทพระวิหารรู้สึกว่าทหารไม่ค่อยมีใครอยากจับทั้งๆที่เป็นเรื่องอธิปไตยที่เป็นหน้าที่ของทหารโดยตรงผมเข้าใจถูกไหมครับหรือทหารเป็นได้แค่รปภ.


ผู้ใช้งานขณะนี้

สมาชิกกำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และบุคลทั่วไป 2